เช้าวันถัดมา ฮวาหลีตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องของตระกูลฟู่
เธอนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าฟู่เจียงถิงคงฉวยโอกาสตอนเธอหลับ พาเธอกลับมาส่ง
เขาพาเธอกลับมาตอนไหนกันนะ? เธอถึงกับจำอะไรไม่ได้เลย
เธอลุกจากเตียงลงไปชั้นล่าง ในห้องนั่งเล่นมีฟู่เป่ยซานกับเฮ่อชิวฉินอยู่ด้วย แต่กลับไม่เห็นเงาฟู่เจียงถิง
“แม่คะ พี่ชายล่ะ?” เธอถาม
เฮ่อชิวฉินตอบว่า “เจียงถิงออกไปหาเสบียงแต่เช้าแล้ว”
ฮวาหลีพยักหน้า ก่อนจะนั่งลงบนโซฟา
ตอนเที่ยง มีเสียงเครื่องยนต์ดังมาจากนอกลานบ้าน
เธอเดินไปดูตรงหน้าต่าง ก็เห็นรถออฟโรดคันหนึ่งค่อย ๆ แล่นเข้ามาทางประตูใหญ่ของคฤหาสน์
เบาะหลังกับท้ายรถอัดแน่นไปด้วยของเต็มพิกัด ทั้งข้าวสาร แป้ง น้ำมันพืช น้ำดื่มบรรจุถัง ยา และเนื้อกระป๋องชั้นดีอีกหลายลัง
ฟู่เจียงถิงลงจากรถ ฟู่เป่ยซานรีบเดินเข้าไปหา รอยยิ้มผุดพรายเต็มใบหน้า
“คราวนี้ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเสบียงในบ้านแล้ว มีอาหารมากมายขนาดนี้ ประหยัดหน่อยก็กินได้ตั้งครึ่งปีเลยนะ เจียงถิง ทำได้ดีมาก” ฟู่เป่ยซานตบไหล่ฟู่เจียงถิง กล่าวชมราวกับเป็นบิดาผู้เปี่ยมเมตตา
ฟู่เจียงถิงกลับไม่แสดงปฏิกิริยาใด ๆ เพียงเหลือบตามองฮวาหลี
ฮวาหลีกำลังยืนอยู่ตรงประตู พอสบตาเขา เธอก็ยิ้มจนดวงตาโค้งเป็นจันทร์เสี้ยว
“บ่ายนี้ผมว่าจะพาเยว่เยว่ไปโรงพยาบาล” ฟู่เจียงถิงเอ่ยขึ้นกะทันหัน น้ำเสียงเรียบเฉย “ยาที่เธอกินใกล้หมดแล้ว ต้องไปตุนไว้หน่อย”
