ไข่มุกโชคชะตาสัมผัสได้ถึงจิตสังหารของฮวาหลี จึงร้อนใจจนร้องห้าม “ฮวาหลี ใจเย็นก่อน! คนผู้นี้มีโชคชะตาคุ้มกาย ยามเคราะห์ร้ายก็พลิกผันเป็นดีได้! ตอนนี้เธอช่วงชิงโชคชะตาของเขามาได้ไม่ถึงหนึ่งในสิบ หากถูกพลังสะท้อนกลับเล่นงาน เธอรับมือไม่ไหวแน่!”
ฮวาหลีจะไม่รู้ได้อย่างไร
เหตุที่บุตรแห่งโชคชะตารับมือยากก็อยู่ตรงนี้เอง
พลิกเคราะห์ร้ายให้เป็นดี เปลี่ยนภัยพิบัติให้เป็นมงคล หากนางลงมือบุ่มบ่ามตอนนี้ เกรงว่าจะทำอะไรเขาไม่ได้แม้แต่น้อย กลับจะเป็นฝ่ายเสียหายหนักเสียเอง
อดทนเรื่องเล็กไว้ก่อน จึงจะทำการใหญ่สำเร็จ นางทน!
ฮวาหลีสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วข่มจิตสังหารที่อัดแน่นอยู่ในอกลง
นางหลุบตา ทำท่าราวกับกำลังจะร่ำไห้ ก่อนตอบเสียงแผ่วว่า “หม่อมฉันรู้ความผิดแล้ว พรุ่งนี้จะไปจัดการเรือนหลังเพคะ”
เสิ่นซวี่ไป๋ระบายโทสะจนหมดสิ้น ในที่สุดความขุ่นเคืองในใจก็คลายลงไปบ้าง เขาสะบัดแขนเสื้อแล้วจากไป
ฮวาหลีมองตามแผ่นหลังของเขา แววตาเย็นเยียบจนชวนสะพรึง
“รอดูเถอะ” นางกล่าวในใจทีละคำ “บัญชีแค้นนี้ เราค่อย ๆ คิดกัน”
ไข่มุกโชคชะตาอดสั่นสะท้านไม่ได้ พลางไว้อาลัยให้เสิ่นซวี่ไป๋
ไปหาเรื่องใครไม่หา ดันไปหาเรื่องนางร้ายเข้าแล้ว เห็นไหมล่ะ กรรมตามสนองแล้ว!
โชคดีที่โอกาสครั้งต่อไปซึ่งฮวาหลีรอคอยมาถึงอย่างรวดเร็ว
ยามปลายวสันต์ ราชสำนักจะจัดงานล่าสัตว์ฤดูใบไม้ผลิ
การล่าสัตว์ฤดูใบไม้ผลิเป็นพิธีใหญ่ประจำปีของราชวงศ์ ตั้งแต่ฮ่องเต้ลงไปจนถึงพระญาติและขุนนางผู้มีบรรดาศักดิ์ ล้วนต้องเข้าร่วม
ในเนื้อเรื่องต้นฉบับ งานล่าสัตว์ครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ความสัมพันธ์ของพระเอกกับนางเอกแน่นแฟ้นขึ้น
ตามเนื้อเรื่อง เสิ่นซวี่ไป๋กับซูหรวนหรวนแทบไม่เคยพบหน้ากันในช่วงแรก ทั้งสองเพียงแอบให้คำมั่นต่อกันว่าจะครองคู่ เมื่อครั้งที่นางอายุราวสิบสี่หรือสิบห้าปี
