ซูย่างลงมือได้ว่องไวทีเดียว
ผ่านไปเพียงสองวัน เขาก็เชิญแม่สื่อมาที่บ้านจริง ๆ
คนที่มาคือป้าหลี่ แม่สื่อประจำเมืองซึ่งทำงานนี้มาหลายสิบปี มีวาทศิลป์เลิศล้ำจนถึงขั้นพูดให้ไม้แห้งผลิดอกได้
นางหิ้วตะกร้าลายชาดมาที่บ้าน รอยยิ้มบนใบหน้าแทบจะกดไว้ไม่อยู่ พอเข้ามาในห้องก็จับมือฮวาหลี พลางยกข้อดีของซูย่างมาชมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทั้งเป็นคนซื่อตรง มีฝีมือการแพทย์สูง นิสัยอ่อนโยน ทั้งยังไร้ภาระผูกพันใด ๆ สุดท้ายจึงค่อยยิ้มแย้มบอกจุดประสงค์ที่มา
นางได้รับคำไหว้วานจากท่านหมอซูน้อย ให้มาสู่ขอแม่นางลู่อย่างเป็นทางการ
ฮวาหลีหลุบตาลง ใบหน้าแดงระเรื่อแล้วตอบตกลง
ป้าหลี่ดีใจจนหุบยิ้มไม่ลง พอออกจากบ้านก็เที่ยวบอกข่าวดีนี้กับทุกคนที่พบเห็น ผ่านไปไม่กี่วัน ทั้งเมืองชิงซีก็รู้กันทั่ว
แม่นางลู่ที่เพิ่งย้ายมาอยู่ทางตะวันออกของเมือง กำลังจะแต่งงานกับท่านหมอซูน้อย
กำหนดวันแต่งงานไว้อีกครึ่งเดือน วันนั้นท้องฟ้าแจ่มใส อากาศปลอดโปร่ง เป็นวันมงคลที่หาได้ยาก
ผู้คนทั้งเมืองมาร่วมแสดงความยินดี โคมแดงแขวนอยู่ใต้ชายคา ตัวอักษรมงคลถูกติดไว้ทั่วทุกมุมบ้าน
มีการจัดโต๊ะเลี้ยงสุราอย่างเรียบง่ายไว้ทั้งในและนอกลาน ต้นทับทิมก็พันผ้าแดงเอาไว้ด้วย พอลมพัด ริ้วผ้าแดงก็ปลิวไสวตามแรงลม
ซูย่างเปลี่ยนมาสวมชุดคลุมสีแดง ใบหน้าธรรมดาที่เห็นอยู่ทุกวัน เมื่อถูกสีสันแห่งงานมงคลขับเน้น กลับเผยความหล่อเหลาอ่อนโยนออกมาหลายส่วน
เขายืนต้อนรับแขกอยู่หน้าประตูลานบ้าน ไม่ว่าใครมาก็ประสานมือคำนับพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน ในดวงตาราวกับมีแสงสว่างอยู่ภายใน
ฮวาหลีคลุมผ้าแดงปิดหน้า มีแม่สื่อประคองเดินทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ข้ามธรณีประตูเข้าไปยืนกลางโถง
