ชีวิตหลังแต่งงานของฮวาหลีและซูย่าง ไม่อาจกลับไปหวานชื่นเหมือนตอนอยู่เมืองชิงซีได้อีกแล้ว
ความหวานเล็กน้อยในตอนนั้น เดิมทีก็เป็นสิ่งที่นางเสแสร้งขึ้นมา บัดนี้นาง “ความจำเสื่อม” แล้ว ย่อมคร้านจะแสร้งทำต่อ
ฮวาหลีเริ่มวางอำนาจบาตรใหญ่ต่อหน้าซูย่าง
นางยอมเป็นภรรยาของเขา แต่ไม่ยอมทำสีหน้าดี ๆ ให้เขา หากซูย่างเอาใจนางได้สำเร็จ นางก็จะยกมุมปากขึ้นนิดหนึ่ง แล้วยิ้มให้เขา แต่หากเขาทำให้นางขุ่นเคือง นางก็จะทำหน้าบึ้ง แม้แต่ปรายตามองเขาสักครั้งยังไม่คิดจะทำ
บางครั้งซูย่างจูบนางโดยไม่ได้รับอนุญาต นางก็ฟาดฝ่ามือใส่เขากลับไปทันควัน
เพี๊ยะ! เสียงดังชัดเจนกังวาน
ชายหนุ่มถูกตบจนหน้าหัน ครั้นหันกลับมา ในดวงตากลับไม่มีแววขุ่นเคืองแม้แต่น้อย เขาดุนปลายลิ้นกับกระพุ้งแก้ม ก่อนถามนางแทน
“ฮูหยิน เจ็บมือหรือไม่?”
ฮวาหลีจ้องเขา พลางขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเมื่อเห็นท่าทีเช่นนั้น
แต่ถึงอย่างนั้น ครั้งหน้าชายผู้นี้ก็ยังกล้าทำอีก
หลังแต่งงานได้สามเดือน ฮวาหลีถึงยอมอ่อนข้อ อนุญาตให้เขาขึ้นเตียงด้วย
ตลอดสามเดือนนั้น ซูย่างใช้สารพัดวิธีเอาใจนางทุกวัน หวังจะได้ขึ้นเตียงกับนาง
แต่ฮวาหลีมักถีบเขาออกไปนอกประตู ปล่อยให้ยืนอยู่ข้างนอกจนดึกดื่น
กระทั่งคืนหนึ่ง ฮวาหลีแสร้งปฏิเสธแต่ก็ยอมตามใจเขาอยู่บ้าง ในที่สุดจึงพยักหน้าอนุญาต
แน่นอนว่าเหตุผลเบื้องหลังยังคงเป็นเพราะนางหมายตาโชคชะตาที่ติดตัวเขา
วันเวลาเช่นนี้ค่อย ๆ ผ่านไป ผู้คนทั่วหุบเขาโอสถราชัน ตลอดจนผู้คนภายนอก ต่างรู้กันว่า หลังแต่งงานแล้วคุณชายอู๋ซินกลายเป็นคนกลัวเมีย
ภรรยาของเขางดงามก็จริง แต่เป็นภรรยาจอมโหด ทว่าคุณชายอู๋ซินกลับรักนางเสียเหลือเกิน
ยอมล่วงเกินคุณชายอู๋ซิน อย่างมากก็แค่ถูกจับไปเป็นมนุษย์ทดลองยา แต่อย่าได้ล่วงเกินภรรยาของเขา ลู่ชิงมี่เป็นอันขาด ไม่เช่นนั้นจะตกอยู่ในสภาพที่อยากมีชีวิตก็ไม่ได้ อยากตายก็ไม่สำเร็จ
ปีแล้วปีเล่า
นิสัยของฮวาหลีเผยออกมาชัดเจนขึ้นทุกปี
นางไม่อ่อนโยน ไม่อ่อนหวาน ไม่รู้จักเป็นแม่ศรีเรือน
นางอยากกินขนมจากในเมือง ก็สั่งให้ซูย่างควบม้าไปซื้อมาให้ทั้งคืน
