ประมุขหุบเขาโอสถราชันกลับมาแล้ว ข่าวแพร่สะพัดไปทั่วเจียงหนานภายในเวลาไม่กี่วัน
ไม่นานชาวยุทธก็พากันมาที่หุบเขาตามข่าว บ้างมาขอให้รักษา บ้างมาขอยา
ฮวาหลีอยู่ในหุบเขา เบื่อหน่ายกับชีวิตประจำวันจนแทบไม่มีอะไรทำ
ซูย่างจัดให้นางพักในเรือนที่ประมุขหุบเขาอาศัยอยู่ ภายในมีห้องหลายห้อง เพียงเปิดหน้าต่างก็เห็นแปลงสมุนไพรในหุบเขา พอลมพัด กลิ่นขมฝาดของพืชพรรณก็อบอวลไปทั่วห้อง
ที่จริงฮวาหลีไม่ชอบชีวิตที่สงบเสียจนเหมือนน้ำนิ่งไร้ระลอกเช่นนี้
ตอนนี้นางไม่ได้ปลอมตัวเป็นใคร แสดงตัวตนที่แท้จริงออกมา และฮวาหลีคนเดิมก็เป็นคนอุปนิสัยร้ายกาจ
คล้ายซูย่างจะสังเกตเห็นว่านางเบื่อหน่าย เช้าวันนั้นหลังรับประทานอาหารเสร็จ เขาก็เอ่ยขึ้นกะทันหันว่า “ฮูหยิน ข้าอยากจัดพิธีแต่งงานอีกครั้ง”
ฮวาหลีเงยหน้ามองเขา “จัดอีกครั้งหรือ?”
“อืม” ซูย่างมองนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ตอนนั้นงานแต่งที่เมืองชิงซีจัดขึ้นอย่างรีบร้อน งานเลี้ยงมีโต๊ะไม่ถึงห้าโต๊ะ ทำให้เจ้าต้องลำบากใจ”
เขากล่าวอย่างจริงจังว่า “ตอนนี้เจ้าลืมเรื่องในอดีตไปแล้ว พอดีเลยจะได้จัดงานแต่งชดเชยให้ ข้าจะทำให้คนทั่วทั้งยุทธภพรู้ว่าเจ้าเป็นภรรยาของข้า”
ฮวาหลีแค่นเสียงในใจ
โอ้โห นี่จะประกาศให้ทั้งใต้หล้ารับรู้ เพื่อยืนยันสถานะกันให้แน่ชัดสินะ
นางเบือนหน้าไปด้านข้าง เอ่ยเสียงเรียบว่า “แล้วแต่ท่าน”
พอซูย่างได้ยินนางตอบรับ ดวงตาก็โค้งเป็นรอยยิ้ม
วันจัดงานแต่งถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าอย่างรวดเร็ว อีกเพียงเดือนกว่าเท่านั้น
ทั่วทั้งหุบเขาโอสถราชันต่างวุ่นวายกันไปหมด ผ้าแพรแดงถูกแขวนประดับทั่วหุบเขา เมื่อลมพัดก็พลิ้วไหวราวคลื่นสีแดง มองจากไกล ๆ คล้ายเมฆอัสดงที่ร่วงหล่นลงมา
