มู่หานเฟิงหยุดกินแล้ว ยืนเฝ้าอยู่ข้าง ๆ อย่างเงียบงัน
ผ่านไปครู่ใหญ่ ในที่สุดมู่เฟิงหัวก็หยุดมือที่ถือเข็มเงิน แล้วยื่นมือออกไปจับข้อมือของหนานกงจวี
ข้อมือเล็กเรียวขาวผ่อง... เด็กคนนี้ผอมเหลือเกิน...
มู่เฟิงหัวจับข้อมือของหนานกงจวีไว้ แล้วเริ่มส่งพลังธาตุไม้ที่อ่อนโยนของตนเข้าไปในร่างของหนานกงจวีอย่างระมัดระวัง นำทางพลังวิญญาณที่ยังวิ่งพล่านไปทั่วร่างของนางให้ไหลเวียนไปอย่างช้า ๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า...
บนหน้าผากของมู่เฟิงหัวเริ่มมีเหงื่อเย็น ๆ ผุดซึมออกมา
ก็เพราะกว่าจะจัดระเบียบพลังวิญญาณที่พลุ่งพล่านนี้ได้ ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างที่สุด และเปลืองแรงกายแรงใจอย่างมาก
มู่หานเฟิงซึ่งยืนเงียบไม่เอ่ยอะไรเลยมาตลอด หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาผืนหนึ่ง แล้วเช็ดเหงื่อบนหน้าผากให้มู่เฟิงหัวอย่างเป็นธรรมชาติ จากนั้นก็ถอยออกไปยืนเฝ้าข้าง ๆ อย่างเงียบ ๆ อีกครั้ง
หนานกงหลินเยี่ยเพิ่งสังเกตเห็นว่า ตอนนี้มู่เฟิงหัวสูญเสียพลังไปมากแล้ว เขามองมู่เฟิงหัวที่อายุมากกว่าลูกสาวตนเองเพียงสามปี ในใจมีทั้งความซาบซึ้งและรู้สึกผิด
รอยแดงบนใบหน้าของหนานกงจวีค่อย ๆ จางลง ลมหายใจของนางเริ่มนิ่งขึ้นเรื่อย ๆ คิ้วที่ขมวดแน่นก็เริ่มคลายออก
มู่เฟิงหัวถอนหายใจเบา ๆ อย่างโล่งอก กำลังจะดึงมือกลับ แต่ไม่คาดคิดว่าหนานกงจวีจะพลิกมือมาจับมือของมู่เฟิงหัวไว้ไม่ยอมปล่อย พลางพึมพำว่า "ท่านแม่ ท่านแม่..."
มู่เฟิงหัวมองดูก็เห็นว่าเด็กน้อยยังหลับตาอยู่ นางเพียงแค่พึมพำออกมาอย่างไม่รู้ตัว
หนานกงจวีน้ำเสียงสั่นเครือราวกับจะร้องไห้ อย่างไรก็ไม่ยอมปล่อยมือที่ทำให้นางรู้สึกอบอุ่นใจและปลอดภัยนี้
มู่เฟิงหัวจึงจำต้องยอมให้หนานกงจวีจับมือข้างนี้ไว้ ส่วนมืออีกข้างก็เริ่มถอนเข็มเงินให้หนานกงจวี
