เมื่อได้ยินว่ามู่เฟิงหัวสามารถแก้ไขปัญหารากวิญญาณของสกุลหนานกงได้ มู่อวี้โจวมีเพียงความประหลาดใจและตื่นเต้น ไม่มีความสงสัยเลย
"อาจต้องใช้ทั้งหมดนั่นแหละ" มู่เฟิงหัวครุ่นคิดก่อนตอบ "แผนการรักษาที่แน่ชัด ข้าต้องปรึกษากับท่านปู่ก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ"
"ดี ๆ ๆ ! จะเริ่มเมื่อไร ข้าพร้อมเสมอ" มู่อวี้โจวกล่าวด้วยความตื่นเต้น
ในฐานะหมอ เมื่อพบกับโรคยาก มู่อวี้โจวมีความกระหายใคร่รู้แรงกล้า
"รอให้นางตื่นก่อนเถิด" มู่เฟิงหัวมองเด็กในอ้อมแขน
"ข้าจะให้คนอุ้มเด็กคนนี้ไปนอนบนเตียงดีไหม" ปรมาจารย์หูเอ่ย
มู่เฟิงหัวส่ายหน้า "ข้าจะอยู่เป็นเพื่อนนาง ข้าเกรงว่านางตื่นขึ้นมาแล้วไม่เห็นคนรู้จักรอบข้าง แถมอยู่ในที่แวดล้อมแปลกตา จะหวาดกลัว" มู่เฟิงหัวรู้สึกสงสารก้อนขนมผอมแห้งนี้ ยังเด็กเพียงนี้ แต่ต้องทนทุกข์ทรมานแสนสาหัสจากรากวิญญาณ
"ก็ดี เช่นนั้นข้าจะให้คนยกอาหารไปส่งที่ห้องเจ้า" ปรมาจารย์หูมองดูท้องฟ้า "ยามนี้ฟ้าเริ่มมืดแล้ว พวกเจ้าเดินทางมาเหนื่อยล้า กินข้าวเสร็จก็พักผ่อนให้เต็มที่ มีเรื่องอะไรไว้คุยพรุ่งนี้"
"ขอรับ พรุ่งนี้ข้าอยากจะปรึกษาท่านอาจารย์ปู่เรื่องหนึ่ง คือการหลอมศิลาบันทึกภาพ" มู่เฟิงหัวตั้งใจจะอธิบายหลักการของศิลาบันทึกภาพให้ท่านอาจารย์ปู่ฟัง แล้วให้ท่านอาจารย์ปู่กับท่านน้าเล็กเป็นผู้หลอม
"ศิลาบันทึกภาพ ศิลาบันทึกภาพอะไร" ปรมาจารย์หูเพียงได้ยินชื่อก็เดาได้คร่าว ๆ ว่าคืออะไร เขาลืมตาสว่างเป็นประกาย ซักไซ้ทันที
มู่เฟิงหัวอธิบายการทำงานของศิลาบันทึกภาพด้วยคำพูดสั้น ๆ
คราวนี้ปรมาจารย์หูฟังแล้วตื่นเต้นยิ่งนัก จนอยากจะดึงมู่เฟิงหัวไปสนทนาจนเทียนหมดเล่ม
"มีเรื่องอะไรไว้คุยพรุ่งนี้เถิด" แต่มู่อวี้โจวจะให้โอกาสได้อย่างไร เขาจับปากปรมาจารย์หู บีบจนกลายเป็นปากเป็ด บังคับให้เขาเงียบไป
ท่านน้าเล็กมู่เทียนเย่ส่งเสียงทันที เรียกคนมานำมู่เฟิงหัวไปยังห้องนอนของนาง
จากนั้นมู่เทียนเย่ก็กระซิบเล่าบางอย่างให้นางฟังข้าง ๆ มู่เฟิงหัวฟังเรื่องเล่าของท่านน้าเล็กแล้ว สีหน้าราวกับยากจะบรรยาย
ไม่นาน คนที่จะพามู่เฟิงหัวไปห้องนอนก็ปรากฏตัว
ว่ากันตามตรง ไม่ใช่คน แต่เป็นหุ่นเชิดอีกตัวของปรมาจารย์หู
