ทันใดนั้นเอง เสียงหึ่ง ๆ ก็ดังมาจากท้องฟ้า
มู่เฟิงหัวเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นลำแสงหลากสายพุ่งมาจากระยะไกล เข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว เป็นกลุ่มผู้บำเพ็ญที่เหาะมาเหนือกระบี่
"คนของสำนักกระบี่สวรรค์!" มู่หงอวี่จำเอกลักษณ์ของกลุ่มผู้บำเพ็ญที่เหาะเหนือกระบี่พวกนั้นได้
มู่เฟิงหัวเข้าใจแล้ว
ในโลกผู้ฝึกฝนเซียน มีหลายสำนักที่มีผู้บำเพ็ญกระบี่เป็นหลัก บางครั้งคนทั่วไปก็จะเรียกพวกเขารวม ๆ ง่าย ๆ ว่าสำนักกระบี่
จุดร่วมของสำนักกระบี่ และยังเป็นลักษณะพิเศษที่สุดของพวกเขาก็คือ ไม่ว่าจะไปที่ไหน พวกเขาจะพยายามเหาะเหนือกระบี่ไปให้มากที่สุด ซึ่งช่วยในการฝึกวิถีกระบี่ของพวกเขา
อันปั๋วซึ่งยืนอยู่ด้านหลังมู่เฟิงหัวพลันเอ่ยขึ้นว่า "เด็กคนที่เป็นหัวหน้านั่นคือเจ้าสำนักน้อยเผยจิ่นอวี๋แห่งสำนักกระบี่สวรรค์ อายุเพียงแปดขวบ มีเพียงแสงกระบี่ของเขาที่เป็นสีทอง พรสวรรค์ยอดเยี่ยม ไม่ด้อยไปกว่าคุณหนูน้อยและคุณชายน้อยเลย"
มู่เฟิงหัวมองไปตามนั้น ศิษย์สำนักกระบี่สวรรค์ทุกคนสวมใส่ชุดที่เป็นแบบเดียวกัน ล้วนเป็นอาภรณ์สีครามอ่อนขลิบขาว ทรงทะมัดทะแมง มีเพียงสีของเข็มขัดคาดเอวที่แตกต่างกันไป
เด็กคนที่เป็นหัวหน้านั้น แสงกระบี่ใต้เท้าเป็นสีทอง ส่วนศิษย์คนอื่น ๆ เป็นสีเงิน
แม้เด็กคนนั้นจะอายุเพียงแปดขวบ แต่หว่างคิ้วกลับแฝงความสงบนิ่งและเยือกเย็นที่ไม่สมกับวัย
มู่หงอวี่ได้ยินคำพูดของอันปั๋ว ก็เบิกตาโตทันที "ไม่จริงน่า? พรสวรรค์ของเจ้าสำนักน้อยนี่จะทัดเทียมกับพี่เฟิงหัวและพี่หานเฟิงได้ยังไง? ข้าไม่เชื่อหรอก! พี่เฟิงหัวของข้าเก่งที่สุด"
อันปั๋วนิ่งเงียบ เขาเคยเห็นเผยจิ่นอวี๋ใช้กระบี่ มีพลังดุจกลืนตะวันสูบสมุทร อีกทั้งยังมีรากวิญญาณน้ำแข็งกลายพันธุ์ขั้นสุดยอด สำนักกระบี่สวรรค์ทะนุถนอมเขาดังสมบัติล้ำค่า ทรัพยากรทั้งสำนักทุ่มเทให้เขา ปณิธานจะปลูกฝังให้เป็นเทพกระบี่องค์ที่สองขึ้นมา
