หญิงงามล่มเมืองที่อยู่ตรงหน้า…กลับเป็นสาวบ้านนอกจากตระกูลเจียงผู้นั้นหรือ? ไม่พบกันเพียงไม่กี่วัน เหตุใดจึงราวกับเปลี่ยนเป็นคนละคน
ไป๋หลี่จิ่นทั้งตกตะลึงและรู้สึกกระอักกระอ่วน ในใจยังมีความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบายผุดขึ้นมาเลือนราง
เห็นเขาจ้องเจียงหลานเขม็ง สีหน้าของไป๋หลี่เฮ่าพลันมืดครึ้ม
“คังอ๋อง ท่านจะขวางอยู่ตรงนี้ไปถึงเมื่อใด?”
ไป๋หลี่จิ่นได้สติ สายตาหยุดอยู่บนใบหน้าของไป๋หลี่เฮ่าชั่วขณะ ก่อนรีบหลีกทางให้
“ที่เสด็จพี่ตรัสมานั้นถูกต้อง เป็นข้าเองที่ตาถั่ว”
ไป๋หลี่เฮ่าพาเจียงหลานจากไป สายตาของเขายังคงติดตามนางไป แววตาลึกล้ำแฝงเล่ห์คิดคำนวณ
เจียงหลานรู้สึกได้จึงหันกลับไปมอง ไป๋หลี่จิ่นมิได้หลบสายตาที่จับจ้องนางอย่างไม่วางตา ซ้ำยังยิ้มมันเยิ้มให้นางเมื่อเห็นนางหันมามอง
น่าขยะแขยงจริง ๆ
เจียงหลานขมวดคิ้ว พอออกจากหอสุราซื่อไห่ นางก็เอ่ยลาไป๋หลี่เฮ่า
“ท่านจิ้นอ๋อง ข้าน้อยขอตัวก่อน”
ไป๋หลี่เฮ่าขานรับเสียงหนึ่ง มองเจียงหลานจากไป กระทั่งเงาร่างของนางลับหายไปท่ามกลางฝูงชน จึงมุ่งหน้าไปยังรถม้า
ชิงซานรีบกระโดดลงมา ยกม้านั่งมาวางให้เขาเหยียบขึ้นรถ ทว่าไป๋หลี่เฮ่าไม่แม้แต่จะชายตามอง เดินตรงไปข้างหน้า
“ไม่ต้อง ข้าเดินไปก็พอ”
เดินหรือ?
ชิงซานเกาศีรษะ
นายท่านเป็นอะไรไป มีรถม้าให้นั่งกลับไม่ยอมนั่ง กลับจะเดิน ช่างเข้าใจยากนัก
เขาจึงขึ้นรถม้า ขับตามหลังไป๋หลี่เฮ่าอย่างเชื่องช้า
หารู้ไม่ว่าเวลานี้ไป๋หลี่เฮ่าปวดแน่นท้องแทบแย่ หากไม่เดินย่อยอาหารสักหน่อย เขาคงอาเจียนออกมาแล้ว เมื่อครู่ที่หอสุราซื่อไห่ เพื่อไม่ให้เจียงหลานจับได้ว่าตนไม่ได้กินข้าว เขาจึงกินอาหารตามปกติ จนอาหารอัดแน่นขึ้นมาถึงลำคอ
