ฮูหยินผู้เฒ่านำคนทั้งจวนโหวคุกเข่าลงพร้อมกัน จ้าวฝูไห่เริ่มอ่านราชโองการ
“ด้วยอำนาจแห่งสวรรค์ ฮ่องเต้มีพระราชโองการว่า ธิดาสายตรงแห่งจวนหย่งอันโหว เจียงหลาน มีความชอบในการช่วยเหลือจิ้นอ๋อง จึงแต่งตั้งให้เป็นท่านหญิงอันหนิง และพระราชทานทองคำ 100 ตำลึง เงิน 1,000 ตำลึง หรูอี้หยก 1 ชิ้น เครื่องประดับศีรษะประดับทองคำ ทับทิม และขนนกกระเต็น 2 ชุด ผ้าแพรต่วน 20 พับ จบราชโองการ”
นังสารเลวเจียงหลานผู้นั้นได้เป็นท่านหญิงแล้วหรือ? นางไปพัวพันกับจิ้นอ๋องตั้งแต่เมื่อใด แถมยังช่วยชีวิตเขาอีก?
ฉินซื่อ ฮูหยินผู้เฒ่า และเจียงชิงเอ๋อร์ต่างหันมามองเจียงหลานด้วยความตกตะลึง
เจียงหลานเองก็ตกใจไม่น้อย นึกไม่ถึงว่าจิ้นอ๋องไป๋หลี่เฮ่าจะเป็นคนใจกว้างถึงเพียงนี้ มอบเงินหนึ่งพันตำลึงให้เป็นค่าตอบแทนที่ช่วยชีวิตเขา กลับถึงเมืองหลวงแล้วยังทูลขอความดีความชอบให้นางต่อหน้าฮ่องเต้อีก
เมื่อนึกถึงสองวันก่อนที่นางยังคิดจะรอให้เขากลับเมืองหลวง แล้วอาศัยบุญคุณที่ช่วยชีวิตเขาเรียกร้องเงินจากเขาสักก้อน ก็ดูเหมือนว่านางจะต่ำช้าอยู่ไม่น้อย
จ้าวฝูไห่อ่านราชโองการจบ เห็นเจียงหลานยังคุกเข่านิ่งงันอยู่ จึงโน้มกายลงเล็กน้อยแล้วกระซิบเตือน
“ท่านหญิงอันหนิง รีบรับราชโองการและขอบพระทัยในพระมหากรุณาเถิด!”
เจียงหลานได้สติ รีบทำตามที่เขาบอก โขกศีรษะลงหนัก ๆ ครั้งหนึ่ง ร้องเสียงดังว่า “ขอบพระทัยในพระมหากรุณาธิคุณของฝ่าบาท” แล้วรับราชโองการด้วยสองมือ
จ้าวฝูไห่ยังสั่งให้ขันทีน้อยยกของพระราชทานเข้ามา ทั้งมอบป้ายประจำตัวที่สลักคำว่า “ท่านหญิงอันหนิง” ให้เจียงหลานด้วย
แม้เจียงหลานจะไม่ใช่คนของโลกนี้ แต่เรื่องธรรมเนียมปฏิบัติก็พอเข้าใจอยู่บ้าง นางล้วงตั๋วเงิน 100 ตำลึงจากแขนเสื้อ ยัดใส่มือจ้าวฝูไห่
“กงกงจ้าว ท่านลำบากแล้ว รับไว้ดื่มน้ำชาสักหน่อยเถิด”
แม้ในสายตาจ้าวฝูไห่ เงินหนึ่งร้อยตำลึงจะไม่นับเป็นอะไร แต่เขาก็ยังยิ้มแย้มกล่าวขอบคุณเจียงหลาน รับตั๋วเงินไว้ จากนั้นก็ทำหน้าขรึมพยักหน้าให้ฮูหยินผู้เฒ่า ก่อนพาพวกขันทีน้อยจากไป
