เจียงหลานเห็นไป๋หลี่เฮ่าไม่ตอบ จึงใช้ศอกกระทุ้งเขาเบา ๆ
“ท่านอ๋อง สิ่งที่หม่อมฉันกล่าวล้วนเป็นความจริงหรือไม่เพคะ?”
ไป๋หลี่เฮ่าคาดไม่ถึงว่าเจียงหลานจะพูดจาเหลวไหลทั้งที่ลืมตาอยู่ ความสามารถในการโกหกของนางสูงส่งถึงเพียงนี้แล้ว คนที่ลงมือสังหารเห็น ๆ อยู่ว่าเป็นนาง แต่กลับโยนความผิดมาให้เขา เขาหันไปมองเจียงหลาน เห็นนางกะพริบตาถี่ ๆ เป็นสัญญาณให้เขารับมลทินนี้ไว้
ได้ รับก็รับ เห็นแก่ที่นางมีใจให้เขาอย่างลึกซึ้ง
“ถูกต้อง ข้าได้ยินคำพูดเหล่านั้นของคนเรือจริง ๆ”
เขากล่าวอย่างจริงจัง สีหน้าเคร่งขรึม
เจียงหลานแอบชูนิ้วโป้งให้เขา เป็นสัญญาณว่าร่วมมือได้ดี
เมื่อไป๋หลี่เฮ่าเห็น มุมปากก็ยกขึ้นเล็กน้อย
ทางด้านฉินซื่อกับเจียงชิงเอ๋อร์กลับราวกับถูกฟ้าผ่ากลางศีรษะ ทั้งสองสบตากันครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มร้องตะโกนว่าถูกใส่ร้าย
“ท่านโหว คนเรือผู้นั้นใส่ร้ายกันชัด ๆ ข้าดูแลหลานเอ๋อร์ประหนึ่งบุตรแท้ ๆ มาโดยตลอด จะทำเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร”
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ ท่านพ่อ คนเรือผู้นั้นต้องมีคนจงใจจัดฉากขึ้นมา เพื่อใส่ร้ายท่านแม่กับลูก ท่านอย่าหลงเชื่อคำใส่ร้ายของเขาเป็นอันขาด!”
ทั้งสองฉลาดไม่น้อย ไม่กล่าวหาว่าเจียงหลานโกหก เพราะไป๋หลี่เฮ่ายืนยันแล้วว่าเป็นความจริง หรือพวกนางยังจะกล้าสงสัยท่านอ๋องจิ้นผู้เป็นเชื้อพระวงศ์แห่งราชสำนักอีกหรือ?
เมื่อเห็นทั้งสองร้องไห้คร่ำครวญและเรียกร้องความเป็นธรรม สีหน้าของเจียงซื่อสยงก็ย่ำแย่ยิ่ง
มีท่านอ๋องทั้งสองอยู่ที่นี่ แต่จวนโหวของเขากลับเกิดเรื่องใหญ่โตเช่นนี้ หากไม่สืบหาความจริงให้กระจ่าง ผู้คนย่อมคิดว่าเขาในฐานะประมุขตระกูลไร้ความสามารถ แม้แต่ครอบครัวยังปกครองไม่ได้ แล้วจะกล่าวถึงการควบคุมกองทัพทั้งกองได้อย่างไร
เขาหันไปถามเจียงหลาน
“หลานเอ๋อร์ นอกจากคำพูดของคนเรือแล้ว เจ้ายังมีหลักฐานอื่นอีกหรือไม่?”
