บทที่ 28 หากนางไม่ได้อยู่บนเรือสำราญลำนี้ แล้วจะไปอยู่ที่ใดได้อีก
“คังอ๋องเพคะ น้องรองอยู่บนเรือสำราญลำนี้ เชิญพระองค์เสด็จขึ้นไปพร้อมหม่อมฉันเถิด”
เจียงชิงเอ๋อร์ต้องการให้ไป๋หลี่จิ่นเห็นภาพเจียงหลานมั่วสุมกับบุรุษหลายคนด้วยตาตนเอง เช่นนี้เขาจะได้ไม่คิดถึงนางอีก ต่อให้คิดถึงขึ้นมา ก็ย่อมรู้สึกว่านางสกปรก
นางเหลือบมองไปทางท้ายเรือ เห็นเจียงเหยานั่งอยู่ตรงนั้น
“เจ้าก็ตามมาด้วย”
นางต้องการให้เจียงเหยาได้เห็นด้วยว่า ผู้ใดก็ตามที่ทำให้เจียงชิงเอ๋อร์ไม่พอใจ ล้วนไม่มีจุดจบที่ดีทั้งสิ้น เจียงเหยาอยากประจบผู้คน แต่กลับประจบผิดคนเสียแล้ว
“เจ้าค่ะ พี่หญิงใหญ่”
เจียงเหยาเองก็รู้สึกเสียใจ ทว่าเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ต่อให้เสียใจก็ไร้ประโยชน์ สิ่งสำคัญในยามนี้คือกลับไปเอาใจเจียงชิงเอ๋อร์ให้ได้อีกครั้ง
“พี่หญิงใหญ่ ระวังหน่อยนะเจ้าคะ เหย๋เอ๋อร์จะประคองท่านเอง”
นางเดินเข้าไปหาเจียงชิงเอ๋อร์ แสร้งทำเป็นห่วงใย หมายจะประคองนาง
แต่เจียงชิงเอ๋อร์กลับแค่นเสียงเย็น ยื่นมือให้ไป๋หลี่จิ่น ไป๋หลี่จิ่นจับมือนางทันทีแล้วประคองขึ้นเรือสำราญ
เจียงเหยาตามหลังไปด้วยความหวาดหวั่น นางรู้ว่าเจียงชิงเอ๋อร์แค้นนางเข้าแล้ว หลังจัดการเจียงหลานเสร็จ คนต่อไปที่นางจะจัดการย่อมเป็นตนแน่ ทั้งหมดเป็นเพราะมารดาแท้ ๆ ที่ยืนกรานให้นางไปประจบเจียงหลาน สุดท้ายยังไม่พ้นถูกสองแม่ลูกเจียงชิงเอ๋อร์เล่นงานอยู่ดี
ทั้งสามขึ้นไปบนเรือสำราญ แต่กลับไม่ได้ยินเสียงใด ๆ เงียบสงัดราวกับไม่มีผู้คนอยู่เลย
เจียงชิงเอ๋อร์ขมวดคิ้ว รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง หากกำลังทำเรื่องเช่นนั้น มิควรมีเสียงครวญครางดังระงมไปแล้วหรือ เหตุใดจึงเงียบเช่นนี้ หรือว่าพวกเขาเสร็จกันแล้ว บุรุษสามคนกับสตรีหนึ่งคน ใช้เวลาเร็วเกินไปหรือไม่!
