“จะเป็นใครได้อีก? โจวอวี้เหวินแห่งจวนอ๋องฉู่นั่นอย่างไรเล่า ภายนอกดูสง่างามผ่องใส แต่ลับหลังกลับวางแผนหญิงงามให้กับองค์หญิงของเรา เป็นเพียงบัณฑิตยากจนคนหนึ่ง ยังกล้าคิดหมายปองธิดาผู้สูงศักดิ์ของเราอีกหรือ? ที่น่าขันยิ่งกว่าคือชิ่งอันยังโง่งม วิ่งมาเอ่ยชมต่อหน้าเราว่าโจวอวี้เหวินเป็นสุภาพบุรุษผู้สง่างามเพียงใด”
“โจวอวี้เหวินช่างบังอาจนัก! ฝ่าบาท คนผู้นี้มีใจคิดร้าย มิอาจเลือกได้เด็ดขาด!”
“เราไม่เลือกเขาอยู่แล้ว ดังนั้นเราจึงคิดหาวิธีหนึ่งขึ้นมา วันนี้ตั้งใจปรึกษาเจ้าเพียงผู้เดียว คำนี้ออกจากปากเรา เข้าหูเจ้าเท่านั้น แม้แต่ชิ่งอัน...ก็ยังบอกไม่ได้ในตอนนี้”
เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของเขา ฮองเฮาก็รีบพยักหน้าหงึก ๆ “ฝ่าบาทโปรดตรัสเถิด หม่อมฉันจะไม่แพร่งพรายแม้แต่คำเดียวเพคะ”
“ใต้หล้านี้ มีเพียงญาติแท้ที่มีสายเลือดเดียวกันเท่านั้นจึงจะเป็นครอบครัวกันอย่างแท้จริง แม้เชื้อพระวงศ์จะใกล้ชิดเพียงใด ก็ยังเป็นคนนอก เราอยากหาคนที่เหมาะสมให้ชิ่งอัน เมื่อนางให้กำเนิดบุตรแล้ว ก็รับเด็กกลับเข้าวัง จดชื่อไว้ในนามของเจ้าและเรา ถึงตอนนั้น เด็กคนนั้นก็จะเป็นองค์รัชทายาทโดยชอบธรรม”
ฮองเฮาราวกับถูกฟ้าผ่า ทั้งร่างแข็งค้าง “ฝ่าบาท...นี่ นี่จะทำได้อย่างไรเพคะ ตั้งแต่โบราณมา ไม่เคยมี...”
“ตั้งแต่โบราณมาหรือ? บุตรที่รับมาเลี้ยงจะดีกับพี่น้องที่ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันได้อย่างไร เราไม่อยากให้ชิ่งอันต้องทนทุกข์กับเรื่องนั้น ผู้ที่จะสืบทอดบัลลังก์ในภายหน้าคือสายเลือดของชิ่งอัน เป็นหลานแท้ ๆ ของเจ้าและเรา เขาจึงจะกตัญญูต่อเจ้าอย่างจริงใจ และปกป้องชิ่งอันอย่างแท้จริง หากเปลี่ยนเป็นบุตรบุญธรรมจากเชื้อพระวงศ์คนใด จะมีใครใส่ใจนางได้มากกว่าเขาอีก?”