ไม่กี่นาทีต่อมา ร้านชำก็ปรากฏขึ้นในสายตาของหลิวเฟิง
เขาหยุดฝีเท้า
หน้าร้านมีคนคุ้นหน้าอยู่คนหนึ่ง คนคนนั้นก็คือหลี่จวิน
เขาเพิ่งฉีกซองบุหรี่ออก กำลังจะเดินกลับ
“ลุงหลี่ มาซื้อของเหรอครับ” หลิวเฟิงเดินเข้าไปทักทายก่อน
“ใช่ เกลือที่บ้านหมดน่ะ”
หลี่จวินยิ้มพลางเขย่าถุงในมือ “เสี่ยวเฟิง เที่ยงนี้มาบ้านลุงนะ ลุงจะโชว์ฝีมือทำกับข้าวให้กิน”
“ขอบคุณครับลุง ไม่เป็นไรครับ”
หลิวเฟิงเหลือบมองไปทางร้านชำ แล้วลดเสียงลง “ลุงครับ ขอถามอะไรหน่อยสิครับ ผู้หญิงในร้านชำนั่นเป็นคนในหมู่บ้านเราหรือเปล่า”
“หมายถึงเสี่ยวหลิงเหรอ”
รอยยิ้มบนใบหน้าของหลี่จวินพลันมีความหมายลึกซึ้ง “ไอ้หนุ่มนี่ ชอบเขาเข้าแล้วเหรอ”
“ก็…แค่อยากถามลุงดูน่ะครับ”
หลิวเฟิงไม่ได้อธิบาย
เขาคงพูดไม่ได้หรอกว่าตัวเองสงสัยว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นปีศาจจำแลงมา
“เสี่ยวหลิงเป็นหลานสาวของผู้ใหญ่บ้าน”
หลี่จวินพูดด้วยรอยยิ้ม “อายุน้อยกว่าแกเกือบสิบปี ถ้าอยากจีบก็ต้องออกแรงหน่อยนะ”
หลานสาวผู้ใหญ่บ้านงั้นเหรอ?
หลิวเฟิงชะงักไป ก่อนจะพยายามค้นความทรงจำ “แปลกนะ ต่อให้อายุน้อยกว่าผมสิบปี ก็อายุสิบแปดแล้ว ตอนเด็ก ๆ ผมน่าจะเคยเจอเธอสักครั้งสิครับ?”
“เสี่ยวหลิงตามพ่อแม่ไปอยู่เมืองใหญ่มาตั้งแต่เด็ก เพิ่งกลับมาเมื่อเดือนก่อนนี่เอง”
หลี่จวินลดเสียงลงอีกเล็กน้อย “ได้ยินผู้ใหญ่บ้านบอกว่าเด็กคนนี้เหมือนจะป่วย หมอเลยให้กลับมาพักฟื้นที่บ้านเกิด”
“ป่วยเหรอครับ?”
มุมปากของหลิวเฟิงกระตุก
บอสรูปร่างมนุษย์ที่มีเลเวลอย่างน้อยสิบขึ้นไปจะป่วยได้ด้วยเหรอ?
นี่ต้องเป็นข้ออ้างแน่ ๆ
อีกฝ่ายกลับมาที่หมู่บ้าน ต้องมีจุดประสงค์บางอย่างแน่นอน
“ลุงก็ได้ยินมาจากผู้ใหญ่บ้านเหมือนกัน เป็นอาการป่วยทางใจอะไรสักอย่าง เรียกว่าโย-ยว-จิ้งหรืออะไรนี่แหละ”
“โรคซึมเศร้าหรือเปล่าครับ?”
“ก็คงประมาณนั้นแหละ”
หลี่จวินหุบยิ้ม เปลี่ยนมาใช้น้ำเสียงจริงจัง “เสี่ยวเฟิง เสี่ยวหลิงหน้าตาสวยก็จริง แต่แกต้องคิดให้ดีนะ แต่งงานแล้วก็ต้องใช้ชีวิตด้วยกันไปทั้งชีวิต อย่าเห็นแค่ว่าเขาสวยแล้วตามจีบ พอจีบติดกลับรังเกียจที่เขาป่วย แบบนั้นเราไม่ควรทำ”
