ทั้งสองคนเงียบกริบ เดินตามเฉียวอันติดกันแน่น
“พวกคุณสองคนผ่อนคลายหน่อย” เฉียวอันมองหวงฮั่นเหลียง “โดยเฉพาะคุณ ทำแบบนี้ไม่เท่ากับบอกคนอื่นทั่วเมืองหรือไงว่าฉันมีเงินอยู่ รีบมาปล้นฉันเร็วเข้า”
หวงฮั่นเหลียงเม้มปากเป็นเส้นตรง พูดง่ายสิ นี่มันเงินสามหมื่นหยวนนะ
“พวกเรากลับโรงแรมกันก่อน พอเช่าโกดังเสร็จแล้วค่อยไปซื้อปุ๋ย”
หวงฮั่นเหลียงยืนอยู่ข้างเฉียวอัน ไม่ขยับไปไหน
“หืม? มีอะไรหรือเปล่า” เฉียวอันถามอย่างงุนงง
“พี่สะใภ้ครับ พี่เอาเงินไปฝากก่อนเถอะครับ ไม่อย่างนั้นคืนนี้ผมคงนอนไม่หลับแน่”
หลี่เชาพยักหน้า “ผมก็เหมือนกันครับ”
จริงด้วย เธอลืมไปว่าเงินสามหมื่นหยวนเป็นเงินก้อนโตสำหรับคนยุคนี้
เธอเงยหน้าขึ้น พอดีเห็นธนาคารออมเงินอยู่ริมถนน
“พวกคุณสองคนรอฉันที่หน้าประตูนะ ฉันจะเข้าไปฝากเงิน”
เฉียวอันหยิบกระเป๋าเดินเข้าไป หลี่เชากับหวงฮั่นเหลียงยืนเฝ้าอยู่ด้านนอก
ยุคนี้ยังไม่มีการซื้อของออนไลน์หรือเงินเสมือน ทุกอย่างต้องใช้เงินสด
ฝากไว้ที่ธนาคารออมเงินจะสะดวกเท่าเก็บไว้ในถุงมิติได้อย่างไร
เฉียวอันแกล้งทำเป็นไปเข้าห้องน้ำ แล้วเก็บเงินเข้าไปในถุงมิติ จากนั้นก็อ้อยอิ่งอยู่พักหนึ่งกว่าจะออกมา
เมื่อเห็นกระเป๋าเป้ที่ว่างเปล่า หวงฮั่นเหลียงกับหลี่เชาก็อดถอนหายใจโล่งอกไม่ได้
คราวนี้คงนอนหลับได้สนิทเสียที
ตอนเที่ยง เฉียวอันพาพวกเขาไปกินอาหารว่างขึ้นชื่อของเมืองกวงอวิ๋น
ทหารสองนายที่ใช้ชีวิตอยู่แถบตะวันตกเฉียงเหนือมาหลายปี รู้จักแต่การรบกับฝึกซ้อม ต่างตกตะลึงกับโลกอันหลากสีสันของเมืองกวงอวิ๋น
บนถนนมีสาว ๆ สวมกางเกงยีนส์ขาบานหรือชุดเดรสสีสันสดใสให้เห็นอยู่ทั่วไป
