เมื่อคืนดึกขนาดนั้น เธอนอนอยู่ห้องข้าง ๆ ยังไม่ได้ยินเสียงอะไรในลานบ้านเลย บ้านของเฉียวอันอยู่ห่างจากบ้านเซี่ยเสี่ยวอวิ๋นตั้งหลายสิบเมตร แต่เธอกลับรีบมาถึงเป็นคนแรก
เพื่อช่วยเซี่ยเสี่ยวอวิ๋น ถึงกับทุบประตูใหญ่บ้านตัวเองพังไปสองบาน
คาดว่าวันนี้คงมีคนเอาเรื่องนี้ไปซุบซิบกันทั่วเขตบ้านพัก
หลี่เส่าหวินตัดสินใจในใจเงียบ ๆ ว่าต้องช่วยพูดแทนเฉียวอัน จะปล่อยให้ทุกคนเข้าใจผิดไม่ได้
ตอนเซี่ยเสี่ยวอวิ๋นฟื้นขึ้นมา เธอรู้สึกเหมือนในท้องว่างเปล่าไปหมด จากนั้นก็ปวดร้าวราวกับถูกควักไส้ควักพุง จนเหงื่อเย็นผุดเต็มตัว
“ฟื้นแล้วเหรอ?”
ได้ยินเสียง เซี่ยเสี่ยวอวิ๋นก็หันไปมองด้านข้าง เห็นเฉียวอันกับหลี่เส่าหวินอยู่ตรงนั้น
“เฉียวอัน เส่าหวิน” เสียงของเซี่ยเสี่ยวอวิ๋นแหบพร่าราวกับถูกกระดาษทรายขัด
“เธอเพิ่งผ่าตัดเสร็จ ดื่มน้ำมากไม่ได้ จิบน้ำให้ชุ่มคอก่อนนะ” หลี่เส่าหวินยกน้ำอุ่นมาแก้วหนึ่ง ให้เซี่ยเสี่ยวอวิ๋นจิบสองอึก
“ลูกล่ะ? ลูกเป็นยังไงบ้าง?” เซี่ยเสี่ยวอวิ๋นมองไปรอบ ๆ แต่ไม่เห็นลูก
“ตอนนี้ลูกอยู่ห้องพักฟื้นทารกแรกเกิด ต้องสังเกตอาการอีกสองสามวัน หมอบอกว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง”
เฉียวอันนั่งลงข้างเตียง “ของใช้ตอนพักรักษาตัว ฉันกับเส่าหวินเอามาให้ครบแล้ว เธอพักฟื้นให้สบายใจเถอะ ช่วงนี้เจิงอวี่กับเจิงจิ้งไปกินข้าวที่บ้านเรา เธอไม่ต้องเป็นห่วง”
ดวงตาของเซี่ยเสี่ยวอวิ๋นแดงก่ำ น้ำตาจวนจะไหลออกมา หลี่เส่าหวินรีบหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดให้ “อยู่ไฟห้ามร้องไห้นะ ไม่อย่างนั้นต่อไปสายตาจะไม่ดี”
“เฉียวอัน ถ้าไม่ได้เธอ ชีวิตฉันคงจบไปแล้ว” พอเซี่ยเสี่ยวอวิ๋นนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ก็อดตัวสั่นขึ้นมาไม่ได้
