“ฉันพูดไม่ดีตรงไหน? พวกคุณรับสินบนจากเธอหรือไง ถึงได้ช่วยพูดให้เธอขนาดนี้?”
“เฉียวอัน นังสารเลวนี่กับผัวมันก็ไม่ใช่คนดีอะไรทั้งนั้น! ใช้ของหลวง กินของหลวง แล้วยังฉวยประโยชน์จากของหลวงอีก”
“บ้านพวกคุณมีทั้งจักรยานทั้งจักรเย็บผ้า วันนี้ยังทำเนื้อตั้งเยอะ เงินพวกนี้มาจากไหน?”
“ต้องเป็นผัวแกที่ยักยอกมาแน่! แล้วรถยนต์คันที่จอดอยู่หน้าประตูนั่นอีก แกเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรถึงได้ขับรถยนต์?”
พอเซี่ยเสี่ยวอวิ๋นได้ยิน หน้าก็ซีดเผือด “แม่ แม่พูดอะไรน่ะ รีบกลับบ้านเถอะ กลับไปกับหนูเร็ว”
พูดจบ เธอก็เดินเข้าไปดึงกัวไช่เฟิ่ง
น่าเสียดายที่กัวไช่เฟิ่งกำลังโมโหจัด ไม่ฟังอะไรทั้งนั้น แถมยังสะบัดเธอไปข้างๆ
“ไปให้พ้น! ที่นี่ไม่มีที่ให้แกพูด!”
เฉียวอันสูดหายใจเข้าลึกๆ
กัวไช่เฟิ่งเห็นเธอยังสาว แถมกำลังตั้งท้อง เลยคิดว่าเธอจะเหมือนลูกสะใภ้ของตัวเอง นิสัยอ่อนแอ จัดการได้ง่ายๆ หรือไง?
“เฉียวอัน แผนกการเมืองไม่จัดการ ก็ยังมีคนอื่นจัดการ พรุ่งนี้ฉันจะไปเฝ้าที่ฐานทัพ รอเจอนายพลอู๋เมื่อไร ฉันจะถลกหนังพวกเธอสองผัวเมียต่อหน้าเขาให้ดู!”
เฉียวอันหัวเราะเย็นชา “งั้นฉันจะถลกหนังแกก่อนเดี๋ยวนี้!”
“นังสารเลว วันนี้ฉันจะทำให้แกรู้ซึ้งถึงความเก่งกาจของฉัน!”
กัวไช่เฟิ่งถกแขนเสื้อขึ้น ยกแขนเตรียมจะคว้าผมเฉียวอัน
แต่ยังไม่ทันได้แตะตัวเฉียวอัน ฝ่ามือหนักๆ ก็ฟาดฉาดเข้าที่ใบหน้าของเธอ
ร่างของกัวไช่เฟิ่งถูกตบจนเซ หูอื้อดังวิ้งๆ
เฉียวอันคว้าคอเสื้อของเธอ ใช้แรงเพียงสามส่วนเหวี่ยงกัวไช่เฟิ่งลงกับพื้น
