ใบหน้าเล็ก ๆ ของฮั่วเฉินย่นเข้าหากัน “แม่คะ พ่อแม่ของเสี่ยวเสี่ยวหาไม่เจอเหรอ”
เฉียวอันพยักหน้า “ตอนนี้ยังหาไม่เจอจ้ะ”
“แม่ครับ เรา...อย่าทิ้งเสี่ยวเสี่ยวไว้นะครับ” ฮั่วเฉินเอ่ยวิงวอนเฉียวอัน ซึ่งเป็นภาพที่ไม่ค่อยได้เห็นนัก
“แม่บอกแล้วว่าวันนี้เป็นการประชุมครอบครัว เนื้อหาของการประชุมครั้งนี้ก็คือ...”
“แม่ตัดสินใจจะยื่นเรื่องขอรับเสี่ยวเสี่ยวเป็นบุตรบุญธรรม แม่อยากถามความเห็นของพวกเราสามคน”
“ถ้าเห็นด้วยก็ยกมือขึ้น”
ฮั่วฟางยกมือขึ้นเป็นคนแรก
“แม่คะ การรับเป็นบุตรบุญธรรมหมายความว่าอะไรเหรอ”
ไม่ใช่ว่าฮั่วเฉินกับฮั่วหนิงไม่เห็นด้วย แต่พวกเขาไม่เข้าใจ
“อาเฉิน อาหนิง การรับเป็นบุตรบุญธรรมหมายถึง ต่อไปเสี่ยวเสี่ยวกับพวกเราจะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว”
ฮั่วฟางอธิบายให้น้องชายกับน้องสาวฟัง “เขาจะเป็นน้องสาวของฉัน แล้วก็เป็นน้องของพวกเธอด้วย...”
พูดถึงตรงนี้ ฮั่วฟางก็ลังเลไปชั่วขณะ
เพราะเวินเสี่ยวเสี่ยวบอกแค่ว่าตัวเองอายุสี่ขวบ แต่ไม่รู้ว่าอายุครบสี่ขวบแล้วหรือนับแบบอายุจีน อีกทั้งยังไม่รู้ว่าเกิดปีไหน
แต่ดูคร่าว ๆ แล้วน่าจะอายุไล่เลี่ยกับฮั่วเฉินและฮั่วหนิง
“ก็เป็นน้องสาวของพวกเธอด้วย” เฉียวอันกำหนดอายุของเวินเสี่ยวเสี่ยวเอาเอง
“งั้นฉันเห็นด้วย”
“ฉันก็เห็นด้วย!”
ฮั่วเฉินกับฮั่วหนิงยกมือขึ้นสูงลิ่ว
เวินเสี่ยวเสี่ยวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กะพริบตาปริบ ๆ
“เสี่ยวเสี่ยว แล้วหนูล่ะ อยากไปกับพวกเราไหม”
เฉียวอันจับมือเวินเสี่ยวเสี่ยวแล้วถามเสียงเบา
“หนู...” สมองน้อย ๆ ของเวินเสี่ยวเสี่ยวแล่นเร็วจี๋
ต่อให้คุณปู่คุณย่าปรากฏตัวขึ้นมาจริง ๆ เธอก็ไม่อยากกลับบ้านไปกับพวกเขา
คุณปู่คุณย่าไม่ชอบเธอ ชอบแต่พี่ชาย
