หวังชิวผิงที่ยืนอยู่ข้างหลี่เฟยรีบฉีกยิ้มทันที “เสี่ยวเชาเอ๊ย หลายปีแล้วนะ ในที่สุดก็กลับบ้านสักที พี่กับพี่ใหญ่พูดถึงเธอทุกวันเลย”
สายตาของหลี่เชามองข้ามทุกคนไป จ้องเจี่ยเสี่ยวหงเขม็ง
“เสี่ยวหง พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้พูดจริงหรือเปล่า”
เจี่ยเสี่ยวหงเบิกตากว้าง ในดวงตาเต็มไปด้วยความคับแค้นและน้อยใจ
“หลี่เชา! คุณไม่เชื่อฉัน! ฉัน...”
“ฉันอะไรของเธอ?” หวังชิวผิงแทรกขึ้นมาตัดบทเจี่ยเสี่ยวหง “พูดออกมาแล้วฉันยังรู้สึกอับอายแทนเลย หลี่เชาไปรับราชการทหารอยู่ข้างนอก ส่วนเธออยู่ในหมู่บ้าน วัน ๆ ก็เที่ยวไปยั่วคนนั้นทีคนนี้ที”
“ไม่รู้จักรักษาความประพฤติของผู้หญิง น่าอับอายจริง ๆ!”
หลี่เชาเติบโตมาด้วยการเลี้ยงดูของพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ หากไม่มีพวกเขา ก็คงไม่มีเขาในวันนี้
ในใจของเขาจึงเชื่อคำพูดของพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้โดยสัญชาตญาณ
“เจี่ยเสี่ยวหง ถ้าคุณไม่อยากอยู่กับผม เราไปหย่ากันเดี๋ยวนี้เลย ผม หลี่เชา จะไม่เป็นภาระให้คุณเด็ดขาด!”
“หย่าเหรอ?” น้ำตาของเจี่ยเสี่ยวหงไหลพรากราวกับลูกปัดที่ขาดสาย “คุณรู้ไหมว่าผู้หญิงที่หย่ากับสามีแล้วจะต้องเจอกับอะไรบ้าง”
“คุณไม่ถามอะไรสักคำ ก็ปักใจว่าฉันไปยั่วคนอื่นแล้ว หลี่เชา คุณยังมีมโนธรรมอยู่บ้างไหม”
สีหน้าของหลี่เชาหม่นลงทันที
ภรรยาบอกว่าไม่ได้ทำอะไร แต่พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ก็คงไม่ใส่ร้ายเธอโดยไม่มีเหตุผลหรอกมั้ง
“ผม...” หลี่เชาลนลาน ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี
“หลี่เชา ฉันไม่ได้จะว่าอะไรนะ แค่ฟังคำพูดของพวกเขาสองคน คุณก็ปักใจแล้วหรือว่าภรรยาของตัวเองสวมเขาให้คุณ?” ในที่สุดเฉียวอันก็อดทนไม่ไหว
“พี่สะใภ้... พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องพูดโกหกนี่ครับ” หลี่เชาเกาศีรษะ
