เช้าวันนี้ก็ยังคงถูกเสียงเพลงปลุกให้ตื่น พ่อกับแม่ไม่ได้เรียก ลู่ซีเฉิงจึงมุดโปงผ้าห่มแล้วนอนต่อ เธอยังเด็ก นอนให้มากอีกหน่อยก็ยังมีโอกาสสูงขึ้นได้
เมื่อแสงแดดส่องผ่านม่านเข้ามาตกกระทบบนเตียง เธอถึงค่อยลืมตางัวเงีย ลุกไปล้างหน้าในห้องน้ำจนตาสว่างขึ้นในที่สุด
“แม่คะ เช้านี้กินอะไรเหรอ!”
แม่ยื่นนมถั่วเหลืองให้แก้วหนึ่ง “เกี๊ยวน้ำไส้หมู ลูกชอบกินที่สุดไง ยังไม่ได้ต้ม รอพี่สาวลูกมาก่อนค่อยทำ ดื่มนมถั่วเหลืองไปก่อนนะ”
ลู่ซีเฉิงจิบไปอึกหนึ่ง แล้วเดินตามแม่เข้าไปในครัว “เกี๊ยวน้ำมาจากไหนเหรอคะ พ่อกินหรือยัง”
แม่คีบถ่านอัดแท่งสองก้อนใส่เตาถ่านแล้วจุดไฟ “พ่อออกไปซื้อแผ่นเกี๊ยวที่ร้านอาหารตั้งแต่เช้า แถมซื้อเนื้อมาอีกครึ่งชั่ง แต่พ่อยังไม่ได้กินหรอก ของพวกนี้ไม่อยู่ท้อง กินไปเดี๋ยวเดียวก็หิวอีกแล้ว” อีกอย่างพ่อเป็นคนกินจุ เกี๊ยวน้ำที่เธอทำคงไม่พอให้เขากินคนเดียวด้วยซ้ำ
คนเซี่ยงไฮ้ไม่ค่อยกินอาหารประเภทแป้งเป็นมื้อประจำวัน แต่ชอบกินเกี๊ยวน้ำ โดยเฉพาะเกี๊ยวน้ำแป้งบางชนิดนี้ ร้านอาหารของรัฐจึงมีแผ่นเกี๊ยวขาย แต่ต้องรีบไปแต่เช้าถึงจะซื้อทัน เพราะทำออกมาไม่มาก เกี๊ยวชนิดนี้เน้นกินแป้ง ไม่ใช่ไส้ เนื้อด้านในจึงมีน้อยนิด ขนาดพอ ๆ กับเมล็ดถั่วเท่านั้น
ลู่ซีเฉิงคุยกับแม่อยู่ครู่หนึ่ง ลู่นานเฟยก็มาถึงพร้อมลูกสาว
“เล่อเล่อมาแล้ว อาอุ้มหน่อย ทำไมไม่ถักเปียมาล่ะ” ลู่ซีเฉิงใช้นิ้วลูบผมที่ปล่อยสยายของเด็กหญิงสองสามที
“รู้ว่าจะมาบ้านยาย แกก็ไม่ยอมให้แม่ถัก บอกให้รอเธอทำให้แทน แม่เลยสบายไป”
