ตอนค่ำ หลังมื้ออาหาร ลู่ซีเฉิงหั่นเนื้อตุ๋นพะโล้ที่ทำไว้ตอนบ่ายเป็นแผ่นบาง ๆ ใส่กล่องให้เรียบร้อย แล้วหยิบเส้นบะหมี่ห่อใหญ่ออกมาอีกห่อ “พรุ่งนี้ก่อนออกจากบ้านอย่าลืมกินนะ ทำเร็วมาก” เส้นบะหมี่เป็นบะหมี่ไข่ พอต้มเสร็จก็วางเนื้อวัวลงไปด้านบน แล้วคีบหัวไชเท้าดองรสเปรี้ยวใส่สักสองสามชิ้น อร่อยแถมมีประโยชน์ด้วย
ลู่ซีเฉิงทำตัวเป็นแม่บ้านแสนดี ตื่นขึ้นมาตอนตีสองกว่าเพื่อทำอาหารไม่ไหว จึงทำได้แค่ให้เขาพึ่งพาตัวเอง
“ได้” ฮั่วจิ้งชวนคีบเนื้อวัวชิ้นหนึ่งยื่นไปจ่อริมฝีปากเธอ “ตั้งใจทำไว้ตอนบ่ายหรือเปล่า?”
“เปล่า ฉันเองก็อยากกินเหมือนกัน” ลู่ซีเฉิงชอบทำอาหาร แต่ทำทุกวันก็เหนื่อยเหมือนกัน เวลาขี้เกียจ เธอก็หั่นของพะโล้กินสักหน่อย ยังไงฮั่วจิ้งชวนก็ไม่เลือกกินอยู่แล้ว นอกจากกินเก่ง ก็ไม่มีข้อเสียอย่างอื่น
เธอยกหม้อใบเล็กจากชั้นวางมา “ฉันยังทำเป็ดพะโล้ไว้หม้อหนึ่งด้วยนะ!”
ฮั่วจิ้งชวนเปิดฝาหม้อ ข้างในมีทั้งคอเป็ด ตีนเป็ด ปีกเป็ด และโครงเป็ด อัดแน่นเต็มหม้อ
ทั้งสองนั่งหันหน้าเข้าหากัน แทะกระดูกเป็ด ฮั่วจิ้งชวนชอบปีกเป็ดที่มีเนื้อเยอะ ส่วนลู่ซีเฉิงชอบตีนเป็ดกับคอเป็ดมากกว่า คอเป็ดตุ๋นจนเข้าเนื้อ แม้แต่กระดูกก็ยังดูดเอาความหอมหวานออกมาได้
ลู่ซีเฉิงกินเผ็ดไม่ค่อยเก่ง แต่ดันชอบกินเผ็ด พอใส่พริกมากไป เธอก็สูดปากซี้ด ๆ แต่ไม่ยอมเลิก กัดแทะกระดูกพลางจิบน้ำไปด้วย ปากเล็ก ๆ แดงระเรื่อจนหน้าผากมีเหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นมา
ฮั่วจิ้งชวนถึงกับคิดไม่ตก จะบอกว่าเธอตะกละก็ไม่ใช่ ทุกคืนเธอทำกับข้าวอร่อย ๆ ตั้งหลายอย่าง ส่วนใหญ่เขาเป็นคนกิน จะบอกว่าไม่ตะกละก็ไม่เชิง เพราะพอเจอของโปรดก็ห้ามปากตัวเองไม่ได้ อย่างลูกพลับคราวก่อน หรือกระดูกเป็ดคราวนี้
