การกินข้าวกับฮั่วจิ้งชวนมีข้อดีอยู่อย่างหนึ่ง คือไม่มีอาหารเหลือทิ้ง ลู่ซีเฉิงกินน่องไก่ไปหนึ่งชิ้น ซี่โครงอีกสองสามชิ้นกับข้าวครึ่งชาม ส่วนที่เหลือเขากวาดเรียบหมด
ฮั่วจิ้งชวนกินข้าวคำสุดท้ายจนหมดพอดี ลู่ซีเฉิงกำลังแกะทับทิมลูกหนึ่ง เขารับมาจากมือเธอแล้วผ่าออก ข้างในมีเมล็ดสีแดงเรียงรายเต็มไปหมด นี่กินยังไงกันนะ?
บางครั้งผู้ชายก็ไม่เข้าใจผู้หญิงเอาเสียเลย
เขาช่วยถือทับทิมให้เธอ เห็นเธอกินเมล็ดทีละเม็ดแล้วคายเมล็ดเล็ก ๆ ออกมา เขาลองชิมไปสองสามเม็ด หวานก็หวานอยู่หรอก แต่มีอะไรให้น่ากินกัน? นอกจากน้ำเพียงนิดหน่อยแล้ว ยังไม่มีเนื้อผลไม้ด้วยซ้ำ
ลู่ซีเฉิงเหลือบมองเขาค้อน ๆ “ช่วยให้ผิวขาวไง!” แค่มีประโยชน์ข้อนี้ก็พอแล้ว เรื่องอื่นไม่สำคัญ
ฮั่วจิ้งชวนมองใบหน้าเล็ก ๆ ที่ขาวอมชมพูของเธอ แม้อยู่ในแสงสลัวก็ยังดูสะอาดเกลี้ยงเกลาไร้ที่ติ เขาอดยื่นมือไปแตะไม่ได้ “เฉิงเฉิงสวยมาก” ราวกับดอกไม้ที่เพิ่งผลิบาน งดงามสะดุดตา เพียงแต่ความน่ารักไร้เดียงสาในยามปกติของเธอทำให้ความงามถูกบดบังไปบ้าง
ลู่ซีเฉิงกินไปครึ่งลูกแล้วเอนกายพิงตู้เตียงอย่างเกียจคร้าน มองเขาเก็บโต๊ะ เขาขยันจริง ๆ เธอกินอิ่มแล้วก็ไม่อยากขยับตัวเลย
ฮั่วจิ้งชวนกุมเท้าที่เย็นนิด ๆ ของเธอไว้ แล้วไปหาถุงเท้ามาสวมให้ กำชับว่า “อากาศเริ่มหนาวแล้ว ต่อไปอย่าทำแบบนี้อีก” เท้าโดนความเย็นไม่ได้
ลู่ซีเฉิงลุกขึ้นนั่ง โอบแขนทั้งสองข้างรอบคอเขาแล้วขยับเข้าไปออดอ้อน “กอดหน่อย!”
