ลู่ซีเฉิงวางไหมพรมในมือลง เดินไปที่หน้าต่างแล้วเปิดม่านออก ด้านนอกมืดสนิท เสียงลมหวีดหวิวราวกับสัตว์ร้ายกำลังคำราม ฟังแล้วชวนให้ใจสั่น
คนทั้งหน่วยการผลิตเฉียนจิ้นต่างหลบอยู่ใต้ผ้าห่ม มีเพียงเขาคนเดียวที่อยู่บนเขา ไม่รู้ว่ากำลังเชือดหมูหรือไม่ก็กำลังต่อสู้กับหมูป่า
หลายปีมานี้เขาก็ใช้ชีวิตแบบนี้มาตลอด อยู่เพียงลำพัง พอถึงฤดูหนาวก็ต้องกินลมต่างข้าวนอนกลางดินกินกลางทราย
ใครจะเป็นเหล็กกล้าได้จริง ๆ เขาไม่หนาวบ้างหรือไง?
ลู่ซีเฉิงเช็ดตา มองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย กระทั่งความหนาวเย็นแผ่ซ่านเข้ามาในร่าง เธอจึงมุดกลับเข้าไปใต้ผ้าห่มอีกครั้ง
เธอหยิบเสื้อเชิ้ตตัวหนึ่งจากข้างเตียง เป็นตัวที่เขาถอดไว้ เธอซักจนสะอาดแล้ว แต่ตรงแขนเสื้อมีรูขาดอยู่สองรู
ลู่ซีเฉิงตัดผ้าสองชิ้น ร้อยด้ายอย่างเก้ ๆ กัง ๆ แล้วค่อย ๆ เย็บผ้าปิดทีละเข็มทีละฝีเข็ม เธอไม่ถนัดงานเย็บปักถักร้อย ดีที่เป็นแค่ผ้าชิ้นเล็กสองชิ้น แม้จะลองอยู่หลายครั้งจนตะเข็บเบี้ยวไปเบี้ยวมา แต่อย่างน้อยก็เย็บติดจนได้
เย็บเสร็จแล้ว เธอก็สวมเสื้อเชิ้ตให้ตุ๊กตาแพนด้าตัวใหญ่ ส่วนที่เหลือก็ผูกไว้ ก่อนจะกอดมันไว้ในอ้อมแขนแล้วนอนลง มองฝั่งที่เขาเคยนอนเมื่อคืนวานอย่างเหม่อลอย: ฮั่วจิ้งชวน ตอนนี้คุณกำลังทำอะไรอยู่นะ?
วันนี้ฮั่วจิ้งชวนจับหมูได้สี่ตัว ตัวหนึ่งหนักกว่าร้อยชั่งเขาปล่อยมันไป ส่วนอีกสามตัวเพิ่งจัดการเสร็จ หัวหมูแบ่งให้ต้าฮุยตามเคย เนื้อส่วนที่เหลือแยกชิ้นใส่ตะกร้าไว้ พรุ่งนี้เช้าจะหาบเข้าเมืองไปขายทันที
