ฮั่วจิ้งชวนกำลังจัดของที่หอบกลับมา
ลู่ซีเฉิงนั่งห่มผ้าผืนเล็กอยู่บนเก้าอี้เอน มองเขาท่ามกลางแสงตะเกียงน้ำมันก๊าด
เขาหอบไก่กลับมาหลายตัว สามตัวเป็นไก่เป็น ๆ เอาไว้เลี้ยงหลังบ้าน นอกจากนี้ยังมีเนื้อแกะกับเนื้อหมูอีกหลายชิ้น ฮั่วจิ้งชวนให้ลู่ซีเฉิงเก็บเข้าที่ทันที เพราะตอนนี้อากาศยังไม่หนาวจนเป็นน้ำแข็ง หากวางทิ้งไว้แบบนี้ก็กลัวจะเสีย
“นี่ลูกสนเหรอ?” ฮั่วจิ้งชวนหยิบลูกสนลูกใหญ่หลายสิบลูกออกมา ลู่ซีเฉิงดีใจจนเนื้อเต้น
ลูกสนที่หลินหยวนเก็บมาได้มีไม่มาก พวกเธอกินกันหมดไปนานแล้ว ไม่นึกเลยว่าฮั่วจิ้งชวนจะเก็บกลับมาอีกเยอะแยะ แถมยังลูกใหญ่กว่าที่เก็บได้ตรงเชิงเขาเสียอีก
“อืม ชอบเหรอ?” ฮั่วจิ้งชวนรู้ว่าเมล็ดสนกินได้ แต่ปกติเขาไม่ชอบกินของว่างพวกนี้ จึงไม่เคยเก็บมาก่อน ครั้งนี้นึกขึ้นได้ว่าลู่ซีเฉิงอาจจะชอบ เลยเก็บกลับมาบ้านบ้าง
“ชอบสิ” ลู่ซีเฉิงรับลูกหนึ่งมาถือเทียบดู มันอวบกว่าแขนเธอเสียอีก เธอเอามาดมแล้วอุทานว่า “หอมจัง!” กลิ่นสนเข้มข้นมาก
“ในป่ามีลูกสนเยอะไหม?”
“ตอนนี้เหลือไม่มากแล้ว ปีหน้าฉันค่อยไปเก็บให้” ฮั่วจิ้งชวนเห็นท่าทางตะกละเหมือนแมวน้อยของเธอ ก็เตือนว่า “ห้ามกินเยอะนะ”
นอกจากลูกสนแล้ว เขายังเก็บผลไม้ป่ากลับมาอีกมากมาย ทั้งลูกพลับ ลูกแพร์ลูกเล็ก ๆ และเกาลัด เต็มตะกร้าใบใหญ่
เดี๋ยวนี้แม้แต่ในเมืองใหญ่ก็แทบไม่มีผลไม้ขาย แผนการเกษตรของประเทศให้ความสำคัญกับการผลิตอาหารให้ประชาชนอิ่มท้องก่อน รองลงมาจึงเป็นพืชน้ำมัน ฝ้าย และพืชชนิดอื่น ๆ แม้แต่ผัก ชาวนาก็ยังปลูกไว้เพียงเล็กน้อยในแปลงส่วนตัว
