ยามฟ้าสาง ในหมู่บ้านเชิงเขามีเสียงไก่ขันเพียงไม่กี่ครั้ง แต่บ้านพักปัญญาชนที่ลงชนบทกลับเริ่มส่งเสียงอึกทึก ลู่ซีเฉิงขมวดคิ้วน้อย ๆ ทั้งที่ยังหลับตา มือใหญ่ข้างหนึ่งยกขึ้นปิดหูให้เธอ ก่อนจะรวบเธอเข้ามาแนบอก เสียงยามตื่นเช้าของเขาแหบพร่าเล็กน้อย “ยังเช้าอยู่ นอนต่อเถอะ!”
“ทำไมคุณยังไม่ไปอีกล่ะ?”
“เดี๋ยวก็ไปแล้ว!” กลางคืนลู่ซีเฉิงไม่ชอบใส่เสื้อผ้าหนา ๆ เธอสวมเพียงชุดนอนบาง ๆ ฮั่วจิ้งชวนจึงดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมไหล่ให้
ลู่ซีเฉิงบิดตัวไปมา “ไม่เอา ร้อนจะตาย!”
ฮั่วจิ้งชวนตัวร้อนเหมือนเตาไฟ ฤดูหนาวเวลาอยู่บ้านเขายังนอนเปลือยท่อนบน พออยู่กับเธอถึงได้สวมเสื้อคลุมตัวหนึ่ง แต่เนื้อผ้าหยาบ ๆ เสียดสีกับผิวบอบบางของลู่ซีเฉิงจนเจ็บ เธอไม่ชอบเอาเสียเลย มักจะปลดเสื้อเขาออกตอนดึก แล้วซุกหน้ากับอกเขานอน
ฮั่วจิ้งชวนมองไปทางผ้าม่าน แสงสลัวเล็ดลอดเข้ามา เขาวางคางลงบนกระหม่อมของลู่ซีเฉิง ก้มมองท่าทางออดอ้อนราวกับลูกแมวของเธอ ทั้งที่ใจไม่อยากจากไป แต่ก็จำต้องไป
“น้องสาว?” เขาเรียกเธอเบา ๆ ลู่ซีเฉิงไม่ตอบ เธอหลับลึกไปอีกครั้งแล้ว
ฮั่วจิ้งชวนฟังเสียงความเคลื่อนไหวด้านนอกห้อง จนกระทั่งเสียงค่อย ๆ ห่างออกไป เขาจึงยกมือออกแล้วลุกขึ้น
สี่ชั่วโมงต่อมา ลู่ซีเฉิงนอนจนพออิ่มแล้ว มือเล็ก ๆ ยื่นออกจากผ้าห่มมาคลำดู พอสัมผัสอากาศเย็นก็หดกลับเข้าไปอย่างรวดเร็ว เธอกอดกระเป๋าน้ำร้อนที่ฮั่วจิ้งชวนเติมน้ำร้อนให้ก่อนออกไปแน่น แล้วซุกหน้าลงกับหมอนอย่างน้อยใจ บนหมอนยังมีกลิ่นหอมของพืชพรรณที่คุ้นเคย เธอสูดดมแรง ๆ ก่อนหันไปมองประตูอย่างเหม่อลอย