หลินซูถอนหายใจ “น่าจะกลับมาแล้วล่ะ ยังไงเธอก็ไม่ได้ทำอะไรถึงขั้นนั้นจริง ๆ!”
กองการผลิตอื่น ๆ มักมีปัญญาชนที่ลงชนบททะเลาะเบาะแว้งกันอยู่บ่อย ๆ นอกจากคนที่ทำผิดร้ายแรงจริง ๆ อย่างหลิวเชาอิงแล้ว โดยทั่วไปก็ไม่เป็นอะไรมาก
ยุคนี้บางครั้งก็เข้มงวดเป็นพิเศษ บางครั้งก็ไม่เข้มงวดนัก ถ้าถึงขั้นจับผู้หญิงที่ทะเลาะกันไปขัง คุกในฟาร์มแรงงานคงไม่มีที่ให้อยู่กันแล้ว
ส่วนเรื่องฆ่าตัวตายน่ะ คนที่คิดสั้นมีถมไป ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
“แต่คราวนี้เสิ่นอันหนิงทำให้ทุกคนเห็นแล้วว่าเธอเป็นคนยังไง แถมยังทำให้หัวหน้ากองการผลิตของพวกเราโมโหจนได้ ต่อไปเธอคงอยู่ไม่สุขแน่!” หลินซูพูดต่อ
ก่อนหน้านี้ ถ้าห้องของเสิ่นอันหนิงหลังคารั่ว แล้วเธอร้องไห้โวยวายขอย้ายไปอยู่หอพักรวม พวกเธอไม่ยอม คนในกองการผลิตบางคนอาจคิดว่าเธอน่าสงสาร แล้วตำหนิว่าพวกเธอใจร้ายเกินไป แต่หลังจากเรื่องเมื่อวาน คงไม่มีใครคิดแบบนั้นอีกแล้ว
คนที่เอะอะก็จะชูมีด ใครจะกล้าอยู่ด้วยกันล่ะ? ถ้าโดนฟันขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ?
หวังหม่านถุนเป็นหัวหน้ากองการผลิตมาสิบกว่าปี เขาจะถูกปัญญาชนที่ลงชนบทคนหนึ่งควบคุมได้ยังไง?
การคุ้มครองปัญญาชนที่ลงชนบท ไม่ได้หมายความว่าต้องประคบประหงม ถ้าไม่ก่อเรื่อง จะทำงานเป็นยังไงเขาก็ทำเป็นไม่เห็นอยู่แล้ว ยังไงกองการผลิตก็ไม่ได้ขาดคนที่ทำงานได้นิดหน่อยไปคนหนึ่ง
แต่ถ้าทำลายความสงบของหน่วยการผลิตเฉียนจิ้น หึหึ ปีนี้ไม่ต้องออกไปทำงานแล้ว พอถึงปีหน้าตอนจัดสรรงาน ใครจะได้งานอะไร ก็ขึ้นอยู่กับเขาทั้งนั้น!
ไม่ทำงานเหรอ? งั้นก็ไม่ได้แต้มแรงงานสิ ถึงตอนนั้นก็ได้แค่เสบียงตามจำนวนคน ไม่อดตายก็จริง แต่หิวทรมานแน่ ไม่มีเงิน ไม่มีเนื้อช่วงสิ้นปี แม้แต่ฟางข้าวกับฟางแห้งก็ไม่ได้แบ่ง!