ฮั่วจิ้งชวนซักผ้าขนหนู บิดน้ำทิ้ง แล้วกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง เขานั่งลงตรงหัวเตียงเตาอุ่น จับมือน้อย ๆ ของเธอไว้ในมือใหญ่จนอุ้งมือเล็กนุ่มนิ่มถูกกอบกุมจนมิด แม้แต่ปลายนิ้วของเธอก็ยังชมพูระเรื่อ ฮั่วจิ้งชวนหลงใหลจนวางมือไม่ลง
“อืม... เจ็บ!” ลู่ซีเฉิงงอนิ้วมือเข้าหากัน พลางโบกมือในห้วงนิทรา ก่อนพลิกตัวหันข้างให้เขา
เจ็บงั้นเหรอ? เจ็บตรงไหน?
ฮั่วจิ้งชวนพลิกฝ่ามือของเธอขึ้น ตรวจดูใต้แสงเทียน มือเล็กมีรอยขีดข่วนบาง ๆ เป็นทาง ซึ่งเกิดจากใบข้าวโพดบาด พบได้ทั่วไป หากเป็นคนอื่นคงไม่เป็นไร แต่ผิวของลู่ซีเฉิงบอบบาง รอยขีดข่วนหลายแห่งจึงบวมแดงขึ้นเล็กน้อย เขาพลิกมืออีกข้างดู ก็พบว่ามีรอยบาดทั้งสองมือ ส่วนรอยช้ำเขียวคล้ำที่ข้อมือก็ยังไม่ได้จัดการ
แววตาของฮั่วจิ้งชวนหม่นลง เขาทะนุถนอมเธอ ไม่ยอมให้ทำงานหนักมาตลอด แต่แค่ไม่ได้เจอเธอวันเดียว เธอกลับทำตัวเองจนเป็นสภาพนี้
ตั้งใจทำให้เขาโมโหชัด ๆ!
เขาหาขวดกระเบื้องใบเล็กที่เธอเตะไปไว้ตรงมุมห้องจนเจอ แล้วควักยาขี้ผึ้งออกมาทาบนข้อมือและรอยขีดข่วนให้เธอเบา ๆ ยานี้เป็นตำรับลับของหมอจีนชรา มีสรรพคุณวิเศษทั้งลดอักเสบ บรรเทาคัน ลดบวม และช่วยให้แผลหายเร็ว แผลเล็ก ๆ วันรุ่งขึ้นก็หายไปได้เกือบหมด ข้อเสียคือพอทาลงบนแผลแล้วจะคันมากในช่วงแรก
เขาทายาลงบนบาดแผลทุกแห่งอย่างตั้งใจ รออยู่ครู่หนึ่ง ลู่ซีเฉิงก็เริ่มดิ้นไปมาอย่างกระสับกระส่าย มือทั้งสองข้างแกว่งสะเปะสะปะ ฮั่วจิ้งชวนกดแขนเธอไว้ แต่เธอกลับคว้ามือเขาไม่หยุด เขาจึงสอดนิ้วประสานกับนิ้วของเธอ กุมมือกันไว้แน่น
