ผ่านไปครึ่งชั่วโมง กองการผลิตอื่น ๆ ก็ทยอยมาถึง ประตูสถานีรับซื้อหมูมีเพียงบานไม้สองบาน กว้างบานละกว่าหนึ่งเมตร หวังหม่านถุนให้คนหนึ่งนั่งอยู่บนรถลาก ส่วนคนที่เหลือไปนั่งเฝ้าหน้าประตู รักษาตำแหน่งแรกเอาไว้แน่นหนา
แถวที่อยู่ด้านหน้ายังพอได้ตรวจรับกันทั่วถึง ส่วนแถวด้านหลังกลัวว่าจะไม่ได้ตรวจ จึงพากันแย่งที่ด้านหน้า แม้จะไม่กล้าลงมือกันซึ่ง ๆ หน้า แต่ถ้าอ่อนแอกว่านิดเดียวก็อาจตกเป็นเป้าได้
หวังหม่านถุนคุยเล่นกับหัวหน้ากองการผลิตที่สนิทกัน ส่วนฮั่วจิ้งชวนกับหวังหลินซงนั่งอยู่คนละฝั่งของประตู ราวกับเทพเฝ้าประตูสององค์!
หวังหลินซงสวมชุดสีเขียวทหาร ในยุคนี้คนที่มีเสื้อผ้าแบบนี้ใส่ได้ อย่างน้อยก็ต้องเป็นทหารเองหรือมีคนในบ้านเป็นทหาร ดูจากบุคลิกของหวังหลินซงแล้ว มีโอกาสสูงว่าเขาเองก็เป็นทหาร
ถึงฮั่วจิ้งชวนจะแต่งตัวเหมือนชาวนาธรรมดา แต่รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้น ต่อให้ยืนอยู่ไกลก็ยังสัมผัสได้ หน่วยการผลิตเฉียนจิ้นมีคนแบบนี้อยู่ถึงสองคน ใครก็ไม่กล้าเข้ามาหาเรื่อง
……
แสงอาทิตย์ค่อย ๆ สว่างขึ้น หวังหลินซงตั้งปกเสื้อขึ้น พ่นลมหายใจเป็นไอขาว รับแผ่นแป้งที่พี่ชายยื่นให้ แล้วฉีกแบ่งครึ่งส่งให้ฮั่วจิ้งชวน ฮั่วจิ้งชวนปฏิเสธว่า “ไม่ต้อง ฉันกินมาแล้ว!”
หวังหลินซงกัดแผ่นแป้งไปคำหนึ่ง กลัวว่าพวกเขาจะกินไม่อิ่ม ภรรยาหัวหน้ากองการผลิตทำแผ่นแป้งมาให้หนามาก เขาเคี้ยวอย่างเอาเป็นเอาตาย “แล้วนายต้องตื่นตั้งแต่กี่โมงถึงจะทำทัน?”
“ทำอะไรง่าย ๆ แป๊บเดียวก็เสร็จ”
