ตอนกลางวันอากาศยังไม่หนาวมาก แต่พอตกกลางคืนก็หนาวจัดแล้ว ต่อให้หนาวกว่านี้ฮั่วจิ้งชวนก็ยังทนไหว ทว่าบางคนไม่เหมือนกัน
“จะไปหรือเปล่า ถ้าไม่ไปฉันก็ไปหาคนอื่น!” ฮั่วจิ้งชวนขี้เกียจพูดให้มากความ
“ไปสิ ไปแน่นอน พี่ชวน คุณกับผู้อำนวยการโรงงานที่มาคราวก่อนเป็นอะไรกัน เขาฝากให้คุณดูแลปัญญาชนลู่ คุณก็เลยดูแลเธอแบบนี้จริง ๆ เหรอ”
“พูดมากไปแล้ว นอกจากก่อไฟอุ่นเตียงแล้วก็อย่าคิดเรื่องอื่น” กำชับเสร็จเขาก็เดินจากไป ทิ้งให้หวังชุนไฉยืนงุนงงอยู่ตรงนั้น
แม่ของหวังชุนไฉโผล่หัวออกมาจากประตู มองซ้ายมองขวา “ชุนไฉ เสี่ยวฮั่วคุยอะไรกับลูกหรือ”
หวังชุนไฉแทบคลั่ง “แม่ ต่อไปเรียกชื่อเต็มหรือเรียกอาไฉก็ได้ อย่าเรียกชุนไฉ ฟังแล้วไม่ค่อยดีเลย”
“ได้ ๆ อาไฉ แม่จะบอกให้นะ เสี่ยวฮั่วเป็นคนเก่ง แม้แต่เลขาฯ พรรคกับหัวหน้ากองการผลิตยังชมเขา ลูกต้องเรียนรู้จากเขาให้ดี ถ้าเขาใช้ให้ทำอะไร ก็ทำให้ดี อย่าขี้เกียจล่ะ!”
แม่ของหวังชุนไฉอ่านหนังสือไม่ออกสักกี่ตัว แต่เข้าใจหลักการข้อหนึ่งว่า ทำงานตามคนฉลาดไม่มีทางผิด ลูกชายของเธอตอนคลอดติดอยู่ในท้องนานไปหน่อย เลยหัวทึบ เธอจึงกลัวว่าในอนาคตเขาจะถูกคนหลอก
เสี่ยวฮั่วดูเย็นชา แต่ใจกว้าง ทำอะไรพูดอะไรก็สุขุม เธอรู้สึกว่าเขาไว้ใจได้
แม่ ๆ บางคนยังหัวเราะเยาะว่าเสี่ยวฮั่วคงหาภรรยาไม่ได้ ต้องเป็นโสดไปตลอด ถุย! ในความคิดของเธอ ต่อให้ส่งลูกสาวบ้านตัวเองไปให้ คนเขาก็ยังไม่ชายตามองด้วยซ้ำ สายตาสูงจะตาย!
รอดูกันไปเถอะ คอยดูว่าฉัน เฉียนต้านี มองคนผิดหรือเปล่า! ฮ่า ๆ ๆ!
