ฮั่วจิ้งชวนกลับบ้าน ต้มขิงรสเผ็ดร้อนหนึ่งชามดื่มลงไป พอตกบ่ายก็ยังไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ เพื่อความไม่ประมาท เขาจึงตัดสินใจว่าคืนนี้จะยังไม่ไปหาเธอ รอจนถึงกลางดึกค่อยไปช่วยก่อไฟอุ่นเตียงให้
เขาเรียกปังจื่อมาช่วยส่งข่าว “ไปบอกพี่สาวลู่ของเธอที ให้คืนนี้รีบเข้านอนหน่อย” เด็กคนนั้นฟังรู้เรื่อง
ปังจื่อเกาหัว ผู้ใหญ่ช่างแปลกจริง ๆ คราวก่อนพี่สาวลู่ให้เขาเอาข้อความไปบอกพี่ฮั่ว พี่ฮั่วทำหน้าเหมือนจะกินเขาเข้าไปทั้งตัว
คราวนี้เปลี่ยนเป็นพี่ฮั่วฝากข้อความไปให้พี่สาวลู่แทน จะเกิดอะไรขึ้นกันนะ...
แต่เขาเชื่อฟังฮั่วจิ้งชวนมาโดยตลอด จึงรับปากอย่างว่าง่าย
วันนี้ที่พักปัญญาชนเริ่มทำอาหารแค่วันละสองมื้อ ลู่ซีเฉิงดื่มโจ๊กข้าวโพดไปตั้งแต่หัวค่ำ แล้วยังหยิบขนมปังกรอบออกมาแทะอีกสองสามชิ้น
“พี่สาวลู่ พี่สาวลู่!” ปังจื่อวิ่งตื๋อมาหยุดตรงหน้าเธอ
“ปังจื่อ? ดึกป่านนี้ยังมาทำไม มา ๆ กินขนมปังกรอบสิ!” ลู่ซีเฉิงยัดขนมให้เขาชิ้นหนึ่ง ก่อนจะถามยิ้ม ๆ “มาหาพี่มีธุระอะไรเหรอ?”
“พี่ฮั่วให้ผมมาหาพี่ เขาบอกให้พี่รีบเข้านอนคืนนี้”
รอยยิ้มของลู่ซีเฉิงหุบลง “พี่ฮั่วของเธอกำลังทำอะไรอยู่?”
ปังจื่อกะพริบตาดำกลม “ไม่ได้ทำอะไรนะ อ้อ เขากำลังสานตะกร้าอยู่!”
สานตะกร้าเหรอ? แค่จะสานตะกร่าใบกระจ้อยร่อย ถึงกับไม่มาหาเธอเลยหรือไง?
ลู่ซีเฉิงลุกขึ้นยืน ทำหน้าบึ้งแล้วเดินวนไปมาสองรอบ
ปังจื่อกลัวจนตัวลีบ “พี่สาวลู่ ผมส่งข้อความถึงแล้ว งั้นผมกลับก่อนนะ ขอบคุณสำหรับขนมครับ”
