กินข้าวเสร็จ ลู่ซีเฉิงก็กลับมามีเรี่ยวแรงอีกครั้ง เธอสั่งให้ฮั่วจิ้งชวนแกะพัสดุ
ฮั่วจิ้งชวนอุ้มเธอไปวางบนเตียงเตา ก่อนจะยกห่อพัสดุขึ้นมานั่งตรงขอบเตาอย่างเบามือ ลู่ซีเฉิงลุกขึ้นนั่งโอบเอวเขาไว้ แล้วพิงแผ่นหลังพลางมองเขาแกะห่อ
ห่อนี้เป็นของที่พ่อกับแม่สกุลลู่ส่งมา ข้างในมีแต่เสื้อผ้าของเธอเป็นหลัก ทั้งเสื้อไหมพรมสองตัว เสื้อบุฝ้ายสามตัว เสื้อถักหลายชุด เสื้อคลุมผ้าขนสัตว์สองตัว รองเท้าหลายคู่ และผ้านวมบุฝ้ายสองผืน
“ยังมีของกินอีกนิดหน่อย” ฮั่วจิ้งชวนเก็บเสื้อผ้ากับผ้านวมลงตู้ข้างเตา ส่วนของกินวางไว้ข้างนอก “พรุ่งนี้ค่อยเก็บให้เรียบร้อยนะ ห้องเล็กเกินไป วางไม่พอ”
“อื้ม!” ลู่ซีเฉิงพยักหน้า
“นี่อะไร?” ฮั่วจิ้งชวนหยิบห่อเล็ก ๆ ออกมาเป็นชิ้นสุดท้าย พอเปิดดู ข้างในมีผ้าหนา ๆ หลายชิ้น
ลู่ซีเฉิงชะโงกหน้าออกมาดู ผ้าแต่ละชิ้นกว้างประมาณฝ่ามือและยาวเท่าท่อนแขน ปลายข้างหนึ่งติดกระดุม ส่วนอีกข้างเย็บเชือกเส้นเล็กไว้ เธอนึกขึ้นได้ว่าในสัมภาระที่เอามาด้วยก็มีอยู่หลายชิ้นเหมือนกัน เธอโยนทิ้งไว้ในวิลล่าอย่างไม่ใส่ใจ
ฮั่วจิ้งชวนมองเธออย่างสงสัย ลู่ซีเฉิงพยายามนึกถึงความทรงจำอันขาด ๆ หาย ๆ ของเจ้าของร่างเดิม เธอลืมเรื่องสำคัญอะไรไปหรือเปล่านะ?
ชั่วพริบตา คำพูดของคุณย่าในชาติก่อนก็ผุดขึ้นมาในหัว “เฉิงเฉิงเอ๊ย ตอนเด็ก ๆ พวกเราจนกันมาก ไม่มีผ้าอนามัยแบบแผ่นนุ่ม ๆ ใช้เหมือนสมัยนี้หรอก ตอนนั้นเราต้องเย็บผ้าเป็นสาย แล้วเอากระดาษชำระหรือขี้เถ้าหญ้าใส่ไว้ข้างใน วันหนึ่งต้องเปลี่ยนตั้งหลายชิ้น”
ผ้าอนามัยแบบแผ่นนุ่ม ๆ งั้นเหรอ?
