มื้อเย็น ลู่ซีเฉิงยื่นหมั่นโถวข้าวโพดให้หลินหยวนลูกหนึ่ง ส่วนอีกลูกเก็บใส่กล่องข้าว เธอดื่มแค่โจ๊ก นอกจากหมูหมักที่เธอเอามา ยังมีแกงผักดองกับมันฝรั่งหนึ่งชาม อาหารก็เหมือนทุกวัน แต่พอมีเนื้อเพิ่มเข้ามา ทุกอย่างก็แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง
“เฉิงเฉิง ตักก่อนเลย” เจียงลี่ลี่ยกชามมาวางตรงหน้าลู่ซีเฉิง เธอคีบหมูใส่กล่องข้าว 5 ชิ้น แล้วคีบอีก 2 ชิ้นใส่ชามโจ๊กของตัวเอง “เรียบร้อยแล้ว พวกเธอแบ่งกันได้เลย”
หมูหมักทำจากหมูสามชั้น มันเยิ้มและมีรสหวาน ทุกคนค่อย ๆ กินทีละคำ ลิ้มรสของอร่อยที่หากินได้ยาก
เสิ่นอันหนิงกินเนื้อไปพลาง มองกลุ่มปัญญาชนหญิงที่พูดคุยหยอกล้อกับลู่ซีเฉิงไปพลาง ในใจขุ่นเคืองอย่างยิ่ง ก็แค่อาศัยเส้นสายของครอบครัว เอาน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ มาให้ แต่กลับถูกคนยกยอจนแทบขึ้นสวรรค์ ถ้าเธอมีลุงเป็นผู้อำนวยการโรงงาน คนที่ถูกประจบก็คงเป็นเธอแล้ว เธอเคี้ยวเนื้อในปาก วันนี้เธอหักข้าวโพดไป 8 ตะกร้า จนเมื่อยมือแทบตาย ถ้ามีใครช่วยทำงานให้ก็คงดี เธอนึกถึงสามีจากชาติก่อน แม้ผู้ชายคนนั้นจะไม่ได้เรื่อง หน้าตาก็ธรรมดา แต่ถ้าเขาช่วยทำงานให้เธอได้ เธอก็ไม่ขัดข้องที่จะทำดีกับเขาสักหน่อย เมื่อตัดสินใจได้แล้ว มุมปากของเธอก็เผยรอยยิ้มออกมาบ้าง
ตอนนี้คนที่น่าอึดอัดใจที่สุดบนโต๊ะของเหล่าปัญญาชนหญิงคือหลิวเสี่ยวเฉ่า เธอไม่มีโจ๊ก คนที่รับหน้าที่ทำอาหารเอาแป้งบักวีตทั้งหมดของเธอไปทำเป็นหมั่นโถวแป้งบักวีต ถึงจะร้อนอยู่ แต่ไม่มีโจ๊กให้กินด้วยก็ฝืดคอมาก ยิ่งไปกว่านั้น ทุกคนบนโต๊ะได้กินเนื้อกันหมด มีแค่เธอที่ไม่ได้กิน ลู่ซีเฉิงจงใจเล่นงานเธอชัด ๆ
