ลู่ซีเฉิงเช็ดน้ำตา “หลิวเสี่ยวเฉ่า ต่อไปเราไม่ใช่เพื่อนกันแล้วนะ เรื่องแบบวันนี้ที่ถามว่าทำไมฉันไม่แบ่งเนื้อให้เธอ ฉันหวังว่าจะไม่เกิดขึ้นอีก แล้วก็อย่ามองฉันด้วยสายตาน่าสงสารเหมือนตัวเองถูกเอาเปรียบแบบนี้อีก ไม่ใช่ว่าเธอร้องไห้แล้วจะกลายเป็นฝ่ายอ่อนแอ ฉันไม่ได้รังแกเธอ ตรงกันข้าม เธอต่างหากที่ทำให้ความหวังดีที่ฉันมีให้มาตลอดหลายปีสูญเปล่า!”
พอเธอพูดเช่นนี้ หลิวเสี่ยวเฉ่าก็ร้องไห้ต่อไม่ออก เธอกวาดตามองไปรอบ ๆ เหล่าปัญญาชนหญิงต่างมีสีหน้าเดือดดาล ส่วนปัญญาชนชายก้มหน้าก้มตา เธอจะร้องไห้ให้ใครดู? เมื่อก่อนทุกครั้งที่เธอร้องไห้ ลู่ซีเฉิงจะรีบปลอบ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วยังเอาของอร่อยให้กินเพื่อให้เธออารมณ์ดี แต่ที่นี่ไม่มีใครสนใจเธอสักคน หลิวเสี่ยวเฉ่ารู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาอย่างเลือนราง ราวกับว่าเธอสูญเสียสิ่งสำคัญบางอย่างไป เธอไม่กล้าคิดต่อ จึงคว้าหมั่นโถวข้าวโพดของตัวเองแล้วรีบจากไป
หลังเธอไปแล้ว เหล่าปัญญาชนหญิงก็ช่วยกันปลอบลู่ซีเฉิงอีกพักหนึ่งจึงยอมปล่อยเธอ
“เฉิงเฉิง เดี๋ยวฉันต้มน้ำร้อนเสร็จแล้วจะเรียกนะ”
“ฉันชงน้ำตาลแดงให้พวกเธอดื่มเอาไหม เฉิงเฉิง เอาถ้วยมา ฉันชงให้เธอด้วย” พวกเธอกระตือรือร้นกันมาก กลัวว่าเธอจะยังเสียใจอยู่
ลู่ซีเฉิงยิ้ม “ฉันไม่เสียใจแล้วล่ะ จะเสียใจให้คนแบบนั้นไปทำไม เรื่องเก่าก็เหมือนควันจาง เราต้องมองไปข้างหน้า!”
“ใช่ เราต้องมองไปข้างหน้า มุ่งสู่ชีวิตใหม่! พรุ่งนี้ฉันจะทำแต้มแรงงานให้ได้ 8 แต้ม!”
อ๊า! ลู่ซีเฉิงส่ายหน้าอย่างหวาดหวั่น “ฉันอยู่กับปัจจุบันแบบนี้ก็ดีแล้ว”
