ลู่ซีเฉิงตามผู้หญิงสองคนเข้าไปในตรอก พลางขีดรอยไว้บนกำแพงอย่างไม่ใส่ใจ
ช่วงบ่าย ในตรอกแทบไม่มีคน ลู่ซีเฉิงตามอยู่ห่าง ๆ โดยรักษาระยะห่างไว้มากกว่า 20 เมตรเสมอ ผู้หญิงสองคนอุ้มเด็กเดินไปคุยกันไป ไม่ทันสังเกตว่ามีเจ้าหางเล็ก ๆ ตามหลังมา
ลู่ซีเฉิงอดดีใจไม่ได้ที่ที่นี่ไม่ใช่หมู่บ้านริมน้ำแถบเจียงหนาน และยิ่งไม่ใช่ตรอกในเมืองหลวง ตรอกแถวนี้เชื่อมถึงกันหลายทาง กว้างขวางและไม่มีทางแยกยิบย่อยมากนัก แถมยังมีข้าวของวางกองอยู่ตามพื้นให้เธอใช้หลบซ่อนได้
ลู่ซีเฉิงรู้ตัวดี หากคนพวกนั้นเป็นแก๊งลักพาตัวเด็กจริง ๆ แล้วต้องลงไม้ลงมือ เธอสู้ไม่ไหวแน่ ทำได้เพียงพยายามตามพวกเขาไปไม่ให้คลาดสายตา รอให้คนอื่นตามมาสมทบ
แต่สองคนนั้นจะไปที่ไหนกันแน่?
ลู่ซีเฉิงไม่รู้ว่าเดินตามมานานแค่ไหน รู้เพียงว่าเท้าทั้งเมื่อยทั้งเจ็บ ในที่สุดก็เห็นสองคนนั้นเดินเข้าไปในลานบ้านแห่งหนึ่ง
……
หลังจากคนอื่นออกไปตั้งแต่เช้า ฮั่วจิ้งชวนก็รู้สึกกระสับกระส่าย พอใกล้เที่ยงความรู้สึกนั้นยิ่งรุนแรงขึ้น นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเป็นแบบนี้
เขาเรียกหวังชุนไฉมาหา “บ่ายนี้ให้ทุกคนพักก่อน อีกสองสามวันค่อยเร่งงานชดเชย แต้มแรงงานที่ขาดไปฉันจะชดใช้ให้ทุกคน นายไปบอกหัวหน้ากองการผลิตกับคนอื่น ๆ ด้วย”
“หา? ทำไมจู่ ๆ ถึงให้พักล่ะครับ ก่อนหน้านี้เหนื่อยขนาดนั้นยังไม่เคยได้หยุดสักวัน ตอนนี้ทุกคนก็เริ่มชินแล้วนะ”
“ฉันมีธุระต้องไป แค่นี้แหละ” พูดจบเขาก็เดินตรงออกไปนอกหมู่บ้าน
“ได้ งั้นผมจะให้ทุกคนกลับไป แต้มแรงงานไม่ต้องชดใช้หรอก พี่ชวนยังบอกว่าจะพาพวกเราไปล่าหมูป่าอยู่เลย!” หวังชุนไฉตะโกนตาม แต้มแรงงานครึ่งวันกับเงินไม่กี่เหมา จะไปเทียบกับหมูป่าได้ยังไง?
