ลู่ซีเฉิงหยิบเสื้อไหมพรมสีเทาตัวหนึ่งส่งให้ฮั่วจิ้งชวน “พรุ่งนี้ใส่เสื้อหนา ๆ หน่อยนะ ตอนดึกอากาศหนาวมาก” เสื้อคลุมตัวนอกใส่ของเขาเอง ส่วนเสื้อไหมพรมเป็นคอเว้าต่ำ คนอื่นมองไม่เห็นหรอก
ถึงเห็นก็ไม่เป็นไร ยุคนี้แทบไม่มีใครเคยเห็นผ้าแคชเมียร์ คงคิดว่าเป็นเสื้อไหมพรมธรรมดา ฮั่วจิ้งชวนเคยบอกว่า หลังจากเขาฆ่าหมูป่าสองตัวด้วยตัวคนเดียว คนฉลาดบางคนในหมู่บ้านก็เดาได้ว่าเขาอาจเอาหมูป่าไปขาย มีช่องทางหาเงิน จะซื้อเสื้อไหมพรมได้ก็ไม่แปลก
ถ้าพวกเขามีความสามารถแบบนั้น ก็คงทำเหมือนกัน
ฮั่วจิ้งชวนลองจับเสื้อไหมพรม เนื้อผ้านุ่มละเอียดเมื่อสัมผัส ใส่เสื้อแบบนี้ไปจับหมูป่าเนี่ยนะ?
“มีเสื้อไหมพรมเก่า ๆ ไหม”
ลู่ซีเฉิงชะงัก “คุณจะรังเกียจไหม ถ้าเป็นเสื้อที่พ่อกับคุณปู่ของฉันเคยใส่” แม้จะเคยใส่แล้ว แต่เสื้อผ้าไม่ได้เก่า ลู่ซีเฉิงคิดในมุมของตัวเอง บางครั้งเธอก็ใส่เสื้อผ้าที่แม่เคยใส่ แต่ถ้าเป็นเสื้อของคนอื่นที่ไม่รู้จัก เธอไม่เคยใส่เลย
ครอบครัวของเธอในชาติก่อน สำหรับฮั่วจิ้งชวนก็คงเป็นคนแปลกหน้าเหมือนกันสินะ!
“ไม่รังเกียจอยู่แล้ว” ตอนเด็ก ๆ ฮั่วจิ้งชวนเพิ่งลงจากเขา เสื้อผ้าที่ใส่ก็เป็นเสื้อเก่าของบ้านคุณย่าฟู่ ยุคนี้เด็กแทบไม่มีใครไม่เคยใส่เสื้อผ้าเก่าต่อจากคนอื่น พี่คนโตใส่แล้วก็ส่งต่อให้น้อง บ้านไหน ๆ ก็เป็นแบบนี้
บางบ้านยากจนกว่านั้น เด็กหลายคนมีแค่กางเกงบุฝ้ายดี ๆ อยู่ตัวเดียว พอถึงฤดูหนาวก็ได้แต่ขดตัวอยู่ในบ้าน อุณหภูมิติดลบสามสิบถึงสี่สิบองศา ถ้าไม่มีกางเกงใส่ ออกไปข้างนอกก็เท่ากับรนหาที่ตาย
