ลู่ซีเฉิงรออยู่ในบ้านจนถึงสามทุ่มครึ่ง ถึงได้ยินเสียงเคลื่อนไหวแผ่วเบาจากหน้าประตู เธอรีบวิ่งไปเปิด พอกำลังจะเอ่ยปาก ก็ถูกคนดึงเข้าไปกอดแน่น
“คราวหน้าอย่าเปิดประตูส่งเดชนะ ผมเข้าไปเองได้” ฮั่วจิ้งชวนพูดแค่นั้น ก่อนจะกอดเธอไปนั่งลง แล้วหลับตาพลางหายใจหนัก ๆ
เขาคงเหนื่อยมากแน่ ๆ!
ลู่ซีเฉิงลูบสะบักที่นูนเด่นเพราะผอมของเขา แล้วเสนอว่า “ไม่งั้นฉันเอามื้อเย็นไปส่งที่บ้านคุณดีไหม กลางคืนคุณจะได้ไม่ต้องวิ่งไปวิ่งมา ฉันมีกุญแจบ้านคุณอยู่”
“ไม่ต้องหรอก คุณอยู่คนเดียวไม่ปลอดภัย” อีกอย่าง เขาอยากได้อยู่กับเธอตามลำพังแบบนี้สักพักทุกวัน
ก่อนมาหาเธอ ฮั่วจิ้งชวนสระผมมาแล้ว เส้นผมยังชื้นไอน้ำอยู่ กลิ่นกุหลาบจาง ๆ ติดกาย เป็นเพราะลู่ซีเฉิงบังคับให้เขาใช้สบู่หอม ออกเหงื่อหนักขนาดนี้ อาบน้ำด้วยน้ำเปล่าอย่างเดียวคงล้างไม่สะอาด
เขาพิงศีรษะลงบนไหล่ลู่ซีเฉิง เธอก้มมองเขา ขณะที่เขาหลับตา ขนตายาวตรง สันจมูกโด่ง แนวกรามคมชัด มีหยดน้ำสองหยดเกาะอยู่ตรงไหปลาร้า เธอหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดหยดน้ำให้ แล้วช่วยซับผมที่ยังไม่แห้งไปด้วย พลางบ่น “ทำไมผอมแต่ตัวหนักจัง หัวคุณหนักจะตายอยู่แล้ว!”
ฮั่วจิ้งชวนหัวเราะเบา ๆ ซุกหัวถูไถตรงซอกคอเธอเหมือนหมาตัวโต ลู่ซีเฉิงถูกเขาถูจนขนลุก จึงคีบกุ้งตัวโตยัดเข้าปากเขา “จะกินข้าวไหมเนี่ย?”
ฮั่วจิ้งชวนกินกุ้งเข้าไปแล้วก็ยังพิงเธอ ไม่ยอมลุก ลู่ซีเฉิงทำปากยื่น ก่อนจะแกะกุ้งป้อนเขาทีละตัว กุ้งลวกที่เธอทำต้มเสร็จแล้วนำไปแช่น้ำเย็น เนื้อกุ้งแน่นเด้ง จิ้มกับน้ำจิ้มแล้วเธอกินได้เป็นกะละมัง
