คราวก่อนที่มาสหกรณ์ คนเยอะเกินไป ลู่ซีเฉิงเลยไม่ได้มองดูให้ละเอียด สหกรณ์เป็นอาคารชั้นเดียวหลังเล็ก ก่อด้วยอิฐสีเขียวมุงหลังคากระเบื้องสีเทา มีประตูไม้บานใหญ่หลายบาน หน้าประตูตั้งป้ายไว้ว่า สหกรณ์อำเภอหย่งหนิง ด้านบนมีตัวอักษรตัวใหญ่เขียนว่า ผลิตให้มากขึ้น รับประกันการจัดหา ตรงกลางมีดาวสีแดงดวงใหญ่
พอเดินเข้าไปก็เห็นเคาน์เตอร์กระจกบานใหญ่หลายตู้ กั้นลูกค้าออกจากพนักงานขาย
ลู่ซีเฉิงหยิบกระดาษที่จดรายการไว้ ยื่นให้พนักงานขายหญิงซึ่งกำลังถักเสื้อไหมพรมอยู่ด้านใน “สวัสดีค่ะ ฉันมาซื้อของค่ะ”
พนักงานขายวางไหมพรมลงแล้วลุกขึ้น “สวัสดีค่ะ จะซื้ออะไรคะ”
“ถ่านไฟฉาย 2 ก้อน ไม้ขีดไฟ 5 กล่อง ยาสีฟัน 3 หลอด น้ำมันหอย 1 กล่อง ถุงเท้า 1 คู่...” ลู่ซีเฉิงไล่รายการทีละอย่าง พลางหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา ของพวกนี้เธอซื้อฝากคนอื่น เธอไม่มีทางให้ฮั่วจิ้งชวนจ่ายเงินแน่
“ได้ค่ะ ถ่านไฟฉายก้อนละ 2 เหมา ยาสีฟันหลอดละ 4 เหมา...” พนักงานขายดีดลูกคิดคิดราคาเสียงดังแป๊ะ ๆ แต่ลู่ซีเฉิงคำนวณยอดรวมเสร็จแล้ว จึงยื่นเงินกับคูปองให้
พนักงานขายยิ้มรับ แล้วหยิบของที่ลู่ซีเฉิงต้องการออกมาทีละอย่าง “คุณคำนวณเลขเก่งจังเลยนะคะ!” เร็วกว่าที่เธอดีดลูกคิดเสียอีก
ลู่ซีเฉิงยิ้มตอบ “ฉันคิดเลขในใจเก่งค่ะ แต่ดีดลูกคิดไม่เป็น” ตอนเด็กเธอเคยเรียนคณิตคิดเร็วโดยใช้ลูกคิด แต่ลูกคิดที่เธอเรียนไม่เหมือนกับของยุคนี้ บนลูกคิดมีลูกปัดอยู่แค่เม็ดเดียว เธอใช้ลูกคิดแบบเก่าอย่างนี้ไม่เป็น
