ในเวลาเดียวกัน ทางด้านนอก หัวหน้าตระกูลกู้ที่ยังไม่ได้เดินจากไปไกล จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงกรีดร้องอย่างตื่นตระหนก สัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากลของที่นี่ สีหน้าแปรเปลี่ยน รีบพุ่งมาทางนี้อย่างรวดเร็ว
ผลักประตูพรวดเข้ามา ก็เห็นผู้อาวุโสหยวนล้มอยู่ปลายเท้า และเห็นกู้ชิงซียืนอยู่ในห้องด้วยสีหน้าเรียบนิ่งและเยือกเย็น
เมื่อเห็นคราบเลือดเปรอะเปื้อนตรงมุมปากและกลางอกของผู้อาวุโสหยวน หัวหน้าตระกูลกู้ตะลึงงัน นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
“เรื่องอะไรกัน?” หัวหน้าตระกูลกู้ตะคอกคำรามลั่น เมื่อเห็นชุดแต่งงานบนร่างกู้ชิงซี ดูเหมือนจะเข้าใจอะไรอีกอย่าง “เหตุใดเจ้าจึงมาอยู่ที่นี่? หรือเจ้าจะลุ่มหลงคิดปีนบันไดผู้อาวุโสหยวน?”
จิตใจสกปรกก็มองเห็นทุกอย่างสกปรกไปหมดจริง ๆ แววตาของกู้ชิงซียิ่งเย็นเยียบขึ้นเรื่อย ๆ
หัวหน้าตระกูลกู้รีบนั่งยองลงตรวจดูสภาพของผู้อาวุโสหยวน ผลปรากฏว่าผู้อาวุโสหยวนไม่มีร่องรอยของชีวิตใด ๆ อีกแล้ว!
นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
ในชั่วขณะหนึ่ง ในใจของเขาทั้งตกใจ โกรธ และหวาดกลัว
ผู้อาวุโสหยวนเกิดเรื่อง เขาไม่ได้ทรัพยากรฝึกฝนเพียรใด ๆ มิหนำซ้ำหากสำนักของผู้อาวุโสหยวนทราบว่าผู้อาวุโสหยวนเกิดเรื่องที่ตระกูลกู้ แล้วจะไม่มีทางปล่อยตระกูลกู้ไปเด็ดขาด
ในยามนี้ หัวหน้าตระกูลกู้ยังไม่ได้โยงการตายของผู้อาวุโสหยวนกับกู้ชิงซี ในสายตาของเขา กู้ชิงซีจะเป็นสาเหตุให้บาดเจ็บผู้อาวุโสหยวนได้อย่างไร เป็นไปได้ไหมที่จะร่วมมือกับคนนอกลงมือ?
“เจ้าทำอะไรไป? ผู้อาวุโสหยวนเกิดเรื่องอะไรขึ้น?” หัวหน้าตระกูลกู้ตวาดคำราม
“ตายกันหมดแล้ว เจ้าก็ต้องตาย” แม้ว่ากู้ชิงซีจะยิ้มอยู่ แต่รอยยิ้มกลับไปไม่ถึงแววตา คำพูดน้ำเสียงนิ่งเรียบอย่างยิ่ง
“อัปมงคล เจ้าหาที่ตายเอง!” หัวหน้าตระกูลกู้เมื่อได้ยินถ้อยคำอกตัญญูดื้อรั้นก็เดือดดาล โมโหอย่างมาก พุ่งเข้าไปในห้องยกฝ่ามือขึ้นจะฟาดกู้ชิงซีเหมือนที่เคยทำในอดีต แต่เมื่อเห็นศพอีกศพหนึ่งที่มุมห้องก็ชะงักค้าง ฝ่ามือก็แข็งค้างกลางอากาศ
เขาเห็นอะไร?
เขาค่อนข้างสงสัยว่าสายตาตัวเองมีปัญหาหรือไม่
คนที่จมกองเลือด สมองผิดรูป ตายจนตายไปแล้วไม่มากไปกว่านั้นคือกู้เหวินเหลียน?
ใครเป็นคนฆ่ากู้เหวินเหลียน?
กู้ชิงซีไอ้คนไร้ค่านี่?
จะเป็นไปได้อย่างไร! หัวหน้าตระกูลกู้รู้สึกว่าความคิดนี้ของตัวเองเหลือเชื่อ
กู้ชิงซีเป็นใคร? นางเป็นสองรากวิญญาณก็จริง แต่เป็นรากวิญญาณธาตุน้ำและไฟ สองรากวิญญาณที่ขับไล่กันเอง การสามารถนำลมปราณเข้าร่างได้ก็เป็นปาฏิหาริย์แล้ว
ฝืนฝึกถึงขั้นฝึกปราณระดับหนึ่งแล้วเป็นไปไม่ได้ที่จะบ่มเพาะต่อไปอีก
ก็เป็นคนไร้ค่าไม่ลดละ จะลงมือฆ่ากู้เหวินเหลียนได้อย่างไร?
แต่ถ้าไม่ใช่นาง แล้วจะเป็นใคร?
“เหวินเหลียนเป็นฝีมือเจ้าหรือ?” หัวหน้าตระกูลกู้มองกู้ชิงซีอย่างตกตะลึงคาดเดา
“ใช่” กู้ชิงซีตอบอย่างเรียบ ๆ แล้วสีหน้าเรียบนิ่งหยิบยันต์สีดำออกมาแผ่นหนึ่ง
หัวหน้าตระกูลกู้ถึงได้พบว่าทั่วห้องเต็มไปด้วยยันต์สีดำ มองดูช่างลึกลับวังเวงและเยือกเย็นถึงเพียงนั้น
เขาหันกลับมามองผู้อาวุโสหยวนที่ล้มอยู่บนพื้นอย่างฉับพลัน แล้วหันกลับมามองกู้ชิงซีอย่างไม่อาจเชื่อ
“ผู้อาวุโสหยวน...เป็นฝีมือเจ้าจริง ๆ? เจ้า เจ้าเป็นนักอาคม? เจ้าแค่ฝึกปราณขั้นหนึ่ง เจ้าสามารถปราบผู้อาวุโสหยวนขั้นสร้างฐานสามวรณะได้?” หัวหน้าตระกูลกู้เบิกตาอย่างหวาดกลัว กล่าวความจริงที่ตัวเองก็ไม่กล้าเชื่อออกมา
กู้ชิงซีบิดยันต์ในมือตัวเองอย่างแผ่วเบา แววตาเย็นเยียบ
“มารดาถูกเจ้าสังหาร เพียงเพื่อตบแต่งที่รักที่เจ้าคบชู้ลับหลังมาก่อนข้ามประตู แต่งเข้าบ้าน กู้เหวินเหลียนเป็นบุตรสาวแท้ ๆ ของเจ้า” กู้ชิงซีน้ำเสียงสงบระงับ ค่อย ๆ ระบายความลับใหญ่ที่สุดในใจของหัวหน้าตระกูลกู้
เพื่อฉกฉวยความช่วยเหลือของตระกูลมารดา จึงหลอกลวงได้งานแต่งนี้
หลังจากแผนสำเร็จจึงวางยาพิษ ค่อย ๆ วางยาพิษให้มารดาตาย เพื่อเปิดทางให้รักแท้ของตนเอง
ทว่า คนชั่วช้าสารเลวนี่ ที่สุดแล้วรักเพียงตัวเองเท่านั้น
ยามนี้เพื่อทรัพยากรฝึกฝนเพียร ก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะส่งกู้เหวินเหลียนบุตรสาวที่ตนรักใคร่ตามปกติให้เป็นหม้อหลอมพลัง
หัวหน้าตระกูลกู้นี่ ชั่วจนน่าขยะแขยง
สีหน้าหัวหน้าตระกูลกู้เปลี่ยนฉับพลัน ท่วงทำนองของถ้อยคำ แน่วแน่ถึงเพียงนั้น นางรู้เรื่องอะไรบ้าง?
“อัปมงคล เจ้าพูดจาเหลวไหลอะไรกัน?!” หัวหน้าตระกูลกู้กราดเสียงตวาด
“เจ้าสองรากวิญญาณธาตุน้ำไม้ ใช้ทรัพยากรของตระกูลกู้ไปเท่าไหร่ ถึงกับขั้นสร้างฐานก็ยังไม่ถึง” กู้ชิงซีมองชายร่างกำยำเบื้องหน้าอย่างเย็นชา หลุดหัวเราะเย้ย “ใครเล่าเป็นคนไร้ค่า?”
หัวหน้าตระกูลกู้ทั้งตกใจ โมโห และโกรธ ยกฝ่ามือสูงขึ้นอีกครั้ง: “ชั่วช้าสามานย์ ทรพี เจ้าคนไร้ค่า! กล้าดียังไงมาพูดกับข้าอย่างนี้!”
กู้ชิงซียิ้มแผ่วเบา เพียงแค่ยกมือขึ้นเบา ๆ ยันต์ในมือสะบัดพลิ้ว อักษรยันต์สีดำฉายวาบ เชื่อมเป็นผืนเดียวกับอักษรยันต์ในห้อง
พลังมหาศาลสายหนึ่งพุ่งโจมตีมือของหัวหน้าตระกูลกู้ หัวหน้าตระกูลกู้กรีดร้องโหยหวน ฝ่ามือที่ยกขึ้นนั้นถูกทำลายแหลกละเอียด เหลือเพียงนิ้วที่ไม่สมประกอบหนึ่งนิ้ว เลือดสดไหลนอง ดูแล้วเจ็บปวดใจอย่างยิ่ง
กู้ชิงซีมองภาพนี้ สีหน้าเฉยชา
หัวหน้าตระกูลกู้เต็มไปด้วยความบิดเบี้ยว อ้าปากกว้างร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด แต่ในเสี้ยววินาทีถัดมา เจ็ดทวารก็ไหลเลือด คุกเข่าล้มลงกับพื้น ยามนี้เขาเพียงรู้สึกได้ว่ามีพลังที่ยิ่งใหญ่กว่ากำลังฉีกกระชากพลังวิญญาณของเขา เขาทำอย่างไรก็ไม่อาจต้านทานได้
“เจ้าบอกข้าที ใครเล่าเป็นคนไร้ค่า?” กู้ชิงซีเหลือบมองหัวหน้าตระกูลกู้ที่ตาขาวคว้าง ใบหน้าผุดรอยยิ้มบาง ๆ เยือกเย็น เอ่ยถ้อยคำหนึ่งออกมาจากปากอย่างช้า ๆ
“ฮือ ฮือ ฮือ...” หัวหน้าตระกูลกู้บีบคอตัวเอง สีหน้าแดงก่ำ แม้แต่จะขอความเมตตาก็ทำไม่ได้ ในใจของเขาท่วมท้นด้วยความเสียใจ
ชิงซี บุตรสาวของเขา ไหนเลยจะว่าที่จริงมีพรสวรรค์เช่นนี้ มีนางอยู่แล้วจะทุกข์ใจทำไมว่าตระกูลกู้ไม่รุ่งเรือง จะทุกข์ใจทำไมว่าเขาขาดแคลนทรัพยากรฝึกฝนเพียร
หากรู้แต่เนิ่น ๆ เช่นนี้ แล้วเขาจะปฏิบัติต่อบุตรสาวคนนี้อย่างเลวร้ายได้อย่างไร?
แต่ว่าในโลกนี้ไม่มีคำว่าหาก
ยามนี้ทุกสิ่งทุกอย่างจบสิ้นแล้ว จบสิ้น!
กู้ชิงซีไม่มองหัวหน้าตระกูลกู้ที่ยื่นมือทั้งสองมาทางตน สายตาเผยการวิงวอนอีกต่อไป ด้วยสีหน้าเย็นชา ก้าวข้ามข้างกายของเขาออกไป จากไปจากห้องนี้
กู้ชิงซีก้าวช้า ๆ ออกไปจากตระกูลกู้ ด้านหลังตัวเองดังระเบิดสนั่นหวั่นไหว หอใหม่นั่นมิอาจทานทนพลังอำนาจของค่ายากลอาคมอีกต่อไป เกิดระเบิดขึ้น สำหรับผู้อาวุโสหยวนและหัวหน้าตระกูลกู้นั้น ต่อให้รอดชีวิตมาได้ด้วยโชค ก็เกรงว่าคงแขนขาดขาขาด ทั้งพลังวิญญาณก็บกพร่อง กลายเป็นเพียงคนพิการโง่งม
ยามนี้ค่ำคืนมืดสนิทแล้ว บนท้องฟ้าประดับด้วยจันทร์สว่างวงหนึ่ง
กู้ชิงซีค่อย ๆ ปลดชุดแต่งงานสีแดงบนร่าง โยนลงบนพื้นอย่างสง่างาม ก้าวย่างทีละก้าวอย่างเชื่องช้า อย่างเชื่องช้า มุ่งหน้าไปยังที่ไกล
แสงจันทร์โปรยปรายบนใบหน้าเย็นเยียบของนาง แสงจันทร์นุ่มนวลเลือนรางขับให้โฉมหน้าของนางยิ่งงดงามประณีตไร้ที่เปรียบ
ใต้แสงจันทรา ร่างของนางค่อย ๆ ไกลห่างออกไป จนกระทั่งหายลับ
...
ที่สุดร้านของว่างตรงทางเข้าหมู่บ้านเล็กแห่งหนึ่ง กู้ชิงซีนั่งอยู่ที่โต๊ะมุมในสุด กินเกี๊ยวน้ำในชาม โต๊ะของนางมีชามวางอยู่หลายใบแล้ว
ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ปากทางหมู่บ้าน ผู้คนสัญจรไปมาต่างผ่านทางนี้ ดังนั้นการค้าดีมาก
มีลูกค้าหลายคนนั่งกินของกินอยู่ที่นี่
ของกินทุกรายการของร้านของว่างร้านนี้กู้ชิงซีสั่งมาอย่างละหนึ่งที่ บะหมี่เนื้อ บะหมี่ผัดซอส เกี๊ยวน้ำ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ... เจ้าของร้านอดเป็นห่วงไม่ได้ที่จะชำเลืองมองมาทางนี้หลายที กลัวสาวน้อยอ่อนแอนี่จะกินจนแน่นท้องพัง
ทว่าที่สุดแล้ว ความกังวลของเขาก็ดูจะเกินจำเป็น