เสิ่นซวี่เดินเข้าไปกอดเธอ แววตาอ่อนโยนดุจแสงตะวันอุ่น ราวกับกำลังกอดของล้ำค่าที่ได้กลับคืนมา
“อืม ทุกวันเลย”
เวินจือหลีโอบรอบเอวและหน้าท้องกำยำของอีกฝ่าย “คุณคิดจะช่วยให้ฉันเอาชนะความกลัวด้วยวิธีนี้เหรอ?”
เสิ่นซวี่ขานรับเสียงเบา “ฉันจะไม่ทำอะไรบุ่มบ่าม เชื่อฉันนะ”
“ก็ได้ งั้นลองดู”
[เชื่อเขาก็บ้าแล้ว นอนใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันทุกวัน แถมยังเป็นฤดูหนาวอีก]
[ถ้าไม่ไหวจริง ๆ เราซื้อยาลดความต้องการทางเพศให้เขาหน่อยไหม]
เวินจือหลี: ไม่ดีมั้ง ถ้าเกิดกินจนเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไง? แล้วความสุขของฉันไม่หายไปเหรอ?
[เธอก็แค่หื่นอยากได้ร่างกายเขาเท่านั้นแหละ!]
“อาหลี เธออยากออกไปข้างนอกไหม?”
เวินจือหลีเงยหน้า สบเข้ากับแววตารู้สึกผิดของเขา “ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งได้รับการปล่อยตัวจากคุกเลย”
“ขอโทษนะ”
เวินจือหลียิ้มเจ้าเล่ห์ “งั้นฉันขออะไรสักอย่างได้ไหม?”
เสิ่นซวี่อุ้มเธอเข้าไปในห้องน้ำแบบตั้งตรง ชายหนุ่มในกระจกโอบแขนไว้ข้างกายหญิงสาว ฝ่ามือค้ำอยู่บนอ่างล้างหน้า
“ได้สิ แปรงฟันก่อน”
เวินจือหลียืนอยู่ตรงหน้าเขา แผ่นหลังบอบบางแนบชิดกับร่างสูงใหญ่ที่แผ่ไออุ่นอยู่ด้านหลัง กระซิบว่า “ฉันยังชอบผ้าห่มสีอ่อนนะ สีเขียว สีฟ้า สีชมพู เปลี่ยนหน่อยได้ไหม?”
เสิ่นซวี่ยื่นยาสีฟันที่บีบไว้แล้วมาให้ “ผ้าห่มของเธอผืนเล็กเกินไป เดี๋ยวเราไปห้างซื้อกัน เลือกมาหลาย ๆ ชุดเลย”
“ได้สิ แล้วหมอนอิงบนเตียงของฉัน คุณเอาออกมาแล้วหรือยัง?”
เธอแปรงฟันไปพูดไป เสียงจึงอู้อี้ฟังไม่ค่อยชัด
เสิ่นซวี่ดึงผ้าเช็ดหน้าออกมาหนึ่งผืน ทำให้เปียกแล้วตอบเสียงเรียบว่า “ไม่จำเป็นต้องใช้มัน”
เวินจือหลีคาบแปรงสีฟันไว้ข้างแก้ม เอียงศีรษะมองชายในกระจก “หืม?”
