เสิ่นซวี่สวมเสื้อยืดคอกลมสีขาวที่เธอซื้อให้ รอยแดงเล็ก ๆ บนผิวขาวผ่องยิ่งเห็นเด่นชัด เขานิ่งอึ้งจนพูดไม่ออก หลังเบือนสายตาหนีอย่างลนลาน มือก็ยังไม่ชักกลับ
เวินจือหลีฉวยโอกาสสอดนิ้วทั้งห้าเข้าไปตามซอกนิ้ว ประสานนิ้วกับเขา แล้วบีบเบา ๆ เล่นราวกับแมวแสนรู้กำลังนวดแป้ง “คุณจะลองพิจารณาดูไหม”
ลมหายใจของเด็กหนุ่มสะดุด หูราวกับไม่ได้ยินเสียงอะไรอีก ได้ยินเพียงเสียงหัวใจเต้นระส่ำของตัวเอง
พะ... พิจารณาอะไรเหรอ
เสิ่นซวี่ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น อีกฝ่ายกำลังหนุนแขนซ้ายฟุบอยู่บนโต๊ะ นิ้วมือขวาที่ประสานกันลูบคลึงกระดูกนิ้วที่แดงระเรื่อของเขาไม่หยุด
เวินจือหลียิ้มให้เขา ท่าทางเกียจคร้านราวกับโยนคำถามให้เขาคิดเอง แล้วก็มองเขาเงียบ ๆ อยู่อย่างนั้น
หน้าอกของเสิ่นซวี่กระเพื่อมแรง ความอบอ้าวชื้นแฉะคล้ายยังไม่จางหาย เขาหยิบแก้วน้ำข้างตัวขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนหมด
ใบหน้าของเด็กหนุ่มขึ้นสีชมพูจาง ๆ สีหน้าเคร่งเครียดและหนักใจ “คะ... คบ... คบกันตอนเรียนไม่ได้”
เวินจือหลีไม่เคยเห็นแมวเซินพูดติดอ่างมาก่อน จึงอดไม่ไหว ชักมือกลับมากุมท้องหัวเราะไม่หยุด
ดวงตาที่เป็นประกายอยู่แล้วเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำ “ขะ... ขอโทษนะ เสิ่นซวี่ คุณน่ารักเกินไปแล้ว”
“คุณเข้าใจผิดแล้ว ฉันไม่ได้หมายถึงอย่างนั้น เรายังมีสอบอยู่นะ”
เธอเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่นั้นพราวระยับยามต้องแสง รอยยิ้มทำให้หางตาที่เฉียงขึ้นยิ่งเด่นชัด ชวนให้ใจหวั่นไหว
เสิ่นซวี่ไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์กระอักกระอ่วนเช่นนี้มาก่อน อากาศรอบตัวทั้งอบอ้าวและอึดอัด
ที่แท้เขาก็เข้าใจผิดไปเอง
