ช่วงบ่ายคาบแรกใกล้จะเริ่มขึ้น ในห้องเรียนมีนักศึกษานั่งกันเกือบเต็มแล้ว
เสิ่นซวี่จ้องมองโทรศัพท์ คิ้วขมวดมุ่น
บทสนทนาระหว่างเขากับเวินจือหลีหยุดอยู่เมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว
อาหลีไม่เคยมีนิสัยงีบกลางวัน แล้วตอนนี้เธอกำลังทำอะไรอยู่?
ยุ่งวุ่นวายติดต่อกันหลายวัน แทบไม่ได้เจอหน้าคุยกัน ความหงุดหงิดในใจของชายหนุ่มค่อยๆ พุ่งพล่านขึ้นมา กดเอาไว้ไม่อยู่
วนเวียนวุ่นวายมาหลายวัน ได้เจอหน้ากันพูดคุยกันก็น้อยนิด ความหงุดหงิดในใจชายหนุ่มค่อย ๆ ทะยานขึ้นมา กดไว้ไม่อยู่
เขาอดคิดฟุ้งซ่านไม่ได้เสมอ ว่ามีคนแย่งความสนใจของเธอไปหรือเปล่า
เสิ่นซวี่ครุ่นคิดอย่างจดจ่อ จนไม่ทันสังเกตว่าห้องเรียนที่เคยเสียงดังกลับเงียบลงเรื่อย ๆ
ไหล่ของเขาถูกตบเบา ๆ สองครั้งจากด้านหลัง
ดวงตาเยือกเย็นของเสิ่นซวี่จับจ้อง เขาเงยหน้าพลางเอ่ยคำสองคำ "หยางไป๋ชวน"
หยางไป๋ชวนที่กำลังเล่นเกมอยู่แถวหน้ากระตุกวูบ "เรียกผมกระทันหันแบบนี้ จะมาสะกดวิญญาณหรือไง"
คำตอบดังมาจากด้านหน้า เสิ่นซวี่ชะงัก
ไม่มีใครเข้ามาใกล้ขนาดนี้ ไม่ใช่หยางไป๋ชวน งั้นก็...
รูม่านตาชายหนุ่มหดเกร็งในพริบตา คำตอบที่เกือบจะหลุดออกมาและเพียงพอจะทำให้เขาดีใจจนแทบบ้า ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในสมอง
ชายผู้เคยขึ้นเวทีรับรางวัลนับครั้งไม่ถ้วน ชายผู้เคยโอบรับเกียรติยศอันเจิดจ้า หัวใจดวงนี้ไม่เคยสั่นไหวรุนแรงเท่านี้มาก่อน
เขาค่อย ๆ หันหน้าไป กลิ่นมะนาวที่คุ้นเคยลอยเข้ามาก่อน
วินาทีถัดมา ใบหน้ายิ้มแย้มสดใสก็ประทับเข้ามาในสายตา
เวินจือหลียืนอยู่แถวหลัง โน้มตัวลงมา ยิ้มพลางโบกมือให้เขา "แฟน ฉันมาเรียนเป็นเพื่อนนายไง"
