ทุกครั้งก่อนเขาไปทำงานต่างเมือง คนที่เหนื่อยที่สุดเสมอคือเวินจือหลี
ตอนตีสี่ ทั้งสองคนลืมตาขึ้นพร้อมกัน สีหน้าต่างฝ่ายต่างกระอักกระอ่วน
“เสิ่นซวี่ ฉันฝันไปเรื่องหนึ่ง”
เสียงชายหนุ่มแหบพร่า คิ้วเข้มดวงตาลึก “...ฉันก็เหมือนกัน”
“ฉันฝันเห็นเธอตอนอายุสิบแปด แล้วก็ได้เรียนมหาวิทยาลัยกับเธอใหม่อีกรอบด้วย!”
เสิ่นซวี่โอบกอดเธอไว้ “ดูท่าความฝันของเราจะเหมือนกันนะ”
“แปลกประหลาดขนาดนั้นเลยเหรอ?” เวินจือหลียิ้ม “เธอในฝันน่ารักมากเลยนะ”
ดวงตาชายหนุ่มลึกล้ำ คลุมเครือยากหยั่งถึง “ที่รัก เธอชอบเขามากกว่าฉันหรือเปล่า?”
เวินจือหลี: ...
ค่ำคืนคลอนแคลน หญิงสาวถูกบังคับให้ตื่นเต็มตา ปวดหัวเหลือเกิน ปลอบเด็กตัวเล็กเสร็จแล้วยังต้องปลอบผู้ใหญ่ตัวโตอีกคน
สุดท้ายเธอต้องรับปากว่า พอเขากลับจากไปทำงานต่างเมืองแล้วจะใส่ชุดนักเรียนให้ดูสักครั้ง อีกฝ่ายถึงยอมสงบลง
【เป็นเพราะกาลเวลาและมิติหลอมรวมกันน่ะ ตัวจำลองของฉันก็หล่นเข้าไปด้วย】
เวินจือหลี: เธอจำลองตัวเองได้ด้วยเหรอ?
【แน่นอนสิ ระบบอย่างพวกเราฉลาดมากนะ】
เวินจือหลี: เก่งมากเลยนะที่รัก นี่คือการท่องเที่ยวทางจิตวิญญาณเหรอ
เธอถามอย่างสงสัยว่า “ถ้าอย่างนั้นตอนนี้พวกเขาอายุสิบเก้าก็กำลังรักกันอยู่เหมือนกันเหรอ?”
【ใช่แล้ว ใช่แล้ว ไม่คุยกับเธอแล้วนะ ตัวจำลองของฉันไม่รู้หนีไปเที่ยวไหนอีกแล้ว】
【ฉันต้องไปจับมันกลับมาก่อน】
——
เวินจือหลีกลับถึงบ้านหลังเลิกงาน แต่ไม่ได้เปิดไฟทันที
เธอเดินไปที่หน้าต่างตรงระเบียง ค่อย ๆ แง้มม่านออกเล็กน้อย ร่างทั้งร่างซ่อนอยู่ในความมืด
“ไอ้โรคจิตนี่มาจากไหน ตามฉันอีกแล้ว!”
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาซูมจนสุด แต่ก็มองคนในรถไม่ชัด ถ่ายติดแค่ป้ายทะเบียนมาได้อย่างทุลักทุเล
