ความจริงจังที่เวินจือหลีรักษาไว้ถูกใบหน้าชวนตะลึงตรงหน้าฉีกออกเป็นรอยแยก ชายคนนี้ไปเดบิวต์ในวงการบันเทิงได้เลย เธออยากโหวตให้เขาจริง ๆ
เธอไม่รู้เลยว่าขณะที่ตัวเองกำลังสำรวจอีกฝ่าย อีกฝ่ายก็กำลังสังเกตเธอเช่นกัน
ก่อนหน้านี้เสิ่นซวี่เคยเห็นอีกฝ่ายผ่านกล้องวงจรปิดเท่านั้น มองหน้าไม่ชัดนัก รูปร่างสะอาดตา ท่าทางสบาย ๆ แต่เมื่อนำไปอยู่ในภาพเดียวกับคนอื่น กลับดูราวกับอยู่คนละเลเยอร์
【หล่อใช่ไหมล่ะ ฮิ ๆ】
【หัวใจเต้นแรงหรือเปล่า】
เสิ่นซวี่: ไม่
ทั้งสองสบตากัน อากาศที่ไหลเวียนอยู่รอบตัวพลันหยุดนิ่งไปเล็กน้อย
เวินจือหลียิ้มอย่างสุภาพ มองอะไรนักหนา ฉันยังรีบกลับไปกินมื้อเช้าที่โต๊ะทำงานอยู่นะ
วินาทีถัดมา ชายหนุ่มก็เอ่ยขึ้นกะทันหันว่า “เข้ามา”
เขานั่งไขว่ห้างอย่างเกียจคร้าน มือขวาวางอยู่บนโต๊ะ เผยให้เห็นนาฬิกาข้อมือเรือนหนึ่งสีฟ้าไพลิน
เวินจือหลีก้าวขึ้นบันไดมายืนหน้าโต๊ะ รอบกายอบอวลด้วยกลิ่นไม้ธรรมชาติและกลิ่นสนเย็นสดชื่น
“คุณชายเสิ่น มีอะไรให้ฉันทำหรือคะ”
เวินจือหลีปรับตัวเก่งมาก ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็เข้าสู่สภาวะพร้อมทำงานได้อย่างรวดเร็ว ตอนเรียนมหาวิทยาลัยเธอทำงานพิเศษมาหลายอย่าง ได้พบเจอผู้คนหลากหลาย และฝึกฝนตัวเองจนไม่ประหม่าไม่ว่าสถานการณ์ไหน
บางทีเพราะหน้าตาของเจ้านายใหญ่ชวนมองเกินไป เธอถึงกับอดไม่ได้ที่จะเห็นใจเขา ใบหน้าแบบนี้ จะเย็นชาไปบ้างก็เข้าใจได้แหละ
เสิ่นซวี่หลุบตาลงเป็นเชิงบอก “นี่คืองานของเธอวันนี้”
สายตาสงบนิ่งของหญิงสาวเลื่อนไปหยุดที่กองเอกสารตรงมุมโต๊ะ สูงถึงสามสิบเซนติเมตรเต็ม ๆ!
ในห้องทำงานอันเงียบสงัด พลันมีเสียงหัวใจแตกสลายดัง “กร๊อบ”
เสิ่นซวี่กวาดตามองขนตาที่สั่นไหวด้วยความตกใจและประหลาดใจ ใต้แพขนตางอนงามนั้นคือดวงตาแบบจิ้งจอกเรียวยาว อ่อนหวาน สีตาใสกระจ่างดุจสายน้ำ สะอาดบริสุทธิ์ ทว่าก็ชวนให้ใจหวั่นไหวโดยธรรมชาติ
