“อืม วีซ่าน่ะ”
เวินซ่งพูดปดส่งเดช “ถงอู้นัดฉันไปเที่ยวยุโรป แต่ฉันขี้เกียจจัดการเลยไม่อยากไป พอคุณแม่ได้ยินก็เลยบอกว่าจะจัดคนไปช่วยทำให้เรียบร้อย”
เธอพูดจบ โทรศัพท์ก็ดังขึ้นหนึ่งครั้ง
—เงินห้าล้านเข้าบัญชีธนาคารหลาน
โจวอวี้ชวนไม่ซักต่อ เขาหยิบยกเรื่องเมื่อคืนขึ้นมา “เมื่อกี้บอกว่ามีเรื่องจะให้ฉันช่วยไม่ใช่เหรอ เรื่องอะไรนะ?”
เวินซ่งชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยิน ก่อนเม้มริมฝีปาก “ก็เรื่องวีซ่านั่นแหละ ฉันคิดว่าถ้าให้คุณช่วยคงสะดวกกว่า”
“ฉันกลับมาช้าไปหรือเปล่า?”
โจวอวี้ชวนหัวเราะเบา ๆ พลางหันไปมองกล่องของขวัญที่ว่างเปล่าบนโต๊ะน้ำชา “นั่นของขวัญที่เธอให้ฉันใช่ไหม?”
“คุณแม่เห็นแล้วชอบ ก็เลยเอาไปน่ะ”
เวินซ่งตอบ “ถ้าคุณอยากได้ เดี๋ยวครั้งหน้าฉันให้คุณแม่ซื้อให้อีกชิ้น”
โจวอวี้ชวนพยักหน้า ไม่ได้ถามต่อว่ามันคืออะไร “คุณแม่ชอบก็ให้คุณแม่ไปเถอะ”
เขาไม่ได้คิดจะไต่ถามให้ลึกซึ้ง
ท่าทีของเขาในชีวิตแต่งงานตลอดสามปีที่ผ่านมา ก็เป็นเช่นนี้มาโดยตลอด
ก่อนหน้านี้เวินซ่งคิดว่าเป็นเพราะเขาอ่อนโยนและอารมณ์ดี ตอนนี้เธอถึงเพิ่งเข้าใจว่าแท้จริงแล้วเขาแค่ไม่ใส่ใจ
ไม่ใส่ใจของขวัญที่เธอให้ และไม่ใส่ใจตัวเธอ ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาไม่เคยก้าวเข้ามาในความสัมพันธ์นี้เลย
แต่ตอนนี้เวินซ่งก็ไม่ใส่ใจแล้วเช่นกัน เธอเพียงยิ้มบาง ๆ “ได้ ขอแค่อย่าให้ฉันต้องเสียเงินเตรียมให้อีกชิ้นก็พอ”
“ขี้เหนียวจริง”
โจวอวี้ชวนปรายตามองเธอ “ฉันงกกับเธอมากกว่าซางอวี้หรือไง?”
เล็บของเวินซ่งไล้ผ่านปลายนิ้วโดยไม่รู้ตัว เธอยกยิ้มมุมปาก “คุณใจกว้างมาตลอดอยู่แล้ว”
