เวินซ่งเดินไปถึงประตูขึ้นเครื่อง ก็เห็นเจียงสวินมู่อยู่ทันที
เขาสวมชุดลำลอง ดูสะอาดสะอ้านคล่องแคล่ว รูปร่างสูงโปร่งสง่างามและหล่อเหลาไม่น้อย
เขากำลังมองหาเวินซ่งอยู่พอดี สายตาของทั้งคู่จึงประสานกัน
แม้จะรู้จักกันมาหลายปี แต่เมื่อเห็นเวินซ่งที่ไม่ได้แต่งหน้า ดวงตาของเขาก็ยังฉายแววชื่นชมในความงาม เขาก้าวเข้ามาหาไม่กี่ก้าวแล้วรับกระเป๋าเป้จากเธอไป
จากนั้นสายตาก็กวาดมองใบหน้าเล็กเท่าฝ่ามือของเวินซ่งอีกครั้ง อาการติดนิสัยจากการเป็นหมอพลันกำเริบ “สองวันที่ผ่านมานอนไม่ค่อยหลับที่โรงพยาบาลใช่ไหม?”
“นิดหน่อยค่ะ”
สองวันก่อน มีคุณป้าคนหนึ่งที่บาดเจ็บจากการหกล้มย้ายเข้ามาในห้องผู้ป่วย
เธอเป็นคนดีมาก แต่เสียงกรนก็ดังมากเหมือนกัน
พอเวินซ่งขึ้นเครื่อง เธอถึงเพิ่งรู้ว่าที่นั่งถูกเปลี่ยนเป็นชั้นหนึ่งแล้ว
เจียงสวินมู่สังเกตเห็นความสงสัยในดวงตาเธอ จึงเลิกคิ้วขึ้นน้อย ๆ “จะได้หลับพักผ่อนอย่างสบายใจไง ยังไงเที่ยวนี้ก็เป็นการเดินทางมาทำงานโดยไม่ได้ค่าตอบแทน อย่างน้อยต้องให้เธอได้พักเต็มที่”
พูดจบ เขาก็ยื่นถุงหอมช่วยให้สงบใจมาให้เธออีกใบ
เวินซ่งรับมาแล้วยิ้มถาม “แล้วอาจารย์จะเบิกเงินคืนให้พี่หรือเปล่าคะ?”
“ไม่ต้องห่วง เงินแค่นี้พี่ยังมี”
“ถ้าอย่างนั้น…ขอบคุณนะคะพี่สวินมู่”
เวินซ่งไม่ได้เกรงใจเขา
พูดไปแล้ว เจียงสวินมู่ก็ไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินจริง ๆ ครอบครัวของเขาเป็นเจ้าของกลุ่มบริษัทยาชื่อดัง การเปิดคลินิกแพทย์แผนจีนเป็นเพียงงานอดิเรกส่วนตัวเท่านั้น
ใครจะคิดว่ายาจีนสำเร็จรูปที่เวินซ่งกับเขาร่วมกันพัฒนาขึ้น จะทำให้คลินิกมีชื่อเสียงโด่งดัง จนคนไข้แวะเวียนมาไม่ขาดสาย
เมืองจิ่งเฉิงกับเยอรมนีมีเวลาต่างกัน 6 ชั่วโมง
ตอนที่พวกเขาลงเครื่อง ที่นี่มีแสงแดดอบอุ่นส่องสว่าง
สถาบันวิจัยส่งเจ้าหน้าที่มารับโดยเฉพาะ และพาพวกเขาไปยังโรงแรมที่จองไว้
เจียงสวินมู่เดินมาส่งเวินซ่งถึงหน้าห้องพัก ถึงเหลือบเห็นนิ้วนางของเธอว่างเปล่า “ปกติเธอหวงแหวนแต่งงานจะตาย คราวนี้ทำไมไม่ใส่มาล่ะ?”
