“เมิ่งหว่านฉิง อย่ามัวแต่ลีลา งานนี้จะยกให้หรือไม่ รีบตอบมาให้ชัด ๆ!”
น้ำเสียงของชายหนุ่มเย็นชาเจือความหงุดหงิด
เมิ่งหว่านฉิงลืมตาพรึ่บ เงยหน้าขึ้นก็เห็นใบหน้าอ่อนเยาว์ของลู่เฉินอวี่ ผมแสกสามเจ็ดหวีจนเรียบมันเงา
ชุดทำงานสีน้ำเงินที่เขาสวมแม้จะซักจนสีซีด แต่ก็เรียบร้อยไร้ที่ติ ในดวงตาคู่นั้นมีความมั่นใจที่เธอคุ้นเคยดี ว่าเธอจะยอมทำตามเขาแน่นอน
คิ้วขมวดมุ่น มุมปากเม้มแน่นเผยความไม่พอใจเล็กน้อย
ใบหน้านี้ สีหน้าเช่นนี้ เธอเห็นมาครึ่งค่อนชีวิต
จนกระทั่งวาระสุดท้าย เขายืนอยู่หน้าเตียงผู้ป่วยของเธอ เซ็นยินยอมไม่ให้กู้ชีพด้วยสีหน้าเย็นชาและเห็นเป็นเรื่องธรรมดาแบบนี้
ไม่ถูกต้อง! นี่มันไม่ถูกต้อง
เธอตายไปแล้วไม่ใช่หรือ? ความอัดอั้นและเศร้าโศกตอนนอนอยู่บนเตียงโรงพยาบาล แล้วกลืนลมหายใจสุดท้ายลงไปอย่างสิ้นหวัง ยังแจ่มชัดอยู่ในความรู้สึก
เธอจำได้แม่นว่าลู่เฉินอวี่ยืนอยู่ข้างเตียง ผมขาวโพลน หลังค่อมงองุ้ม สีหน้าเย็นชาในตอนเซ็นเอกสารสั่งให้หมอหยุดกู้ชีพ
เหตุใดชายตรงหน้าจึงดูหนุ่มขึ้นมากขนาดนี้?
เธอยกมือขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อ ขยี้ตาเบา ๆ
ท่ามกลางความตกตะลึง เธอมองเห็นมือของตัวเอง ขาวผ่องเนียนนุ่ม นิ้วเรียวยาว ไม่มีกระดูกข้อนิ้วใหญ่จากการทำงานบ้านและปรนนิบัติแม่สามีที่เป็นอัมพาตมานานหลายปี
ข้อมือก็ไม่มีรอยแผลจากน้ำโจ๊กเดือดลวก
เธอเงยหน้าขึ้นอย่างตื่นตระหนก เบิกตากว้างมองปฏิทินสีเหลืองสดที่แขวนอยู่บนผนังฝั่งตรงข้าม
หมึกสีดำบนปฏิทินพิมพ์วันที่วันนี้ไว้อย่างชัดเจน
วันที่ 19 สิงหาคม ปี 1976
ในหัวมีเสียงอื้ออึง เธอแทบไม่อยากเชื่อว่าสิ่งที่เห็นอยู่ทั้งหมดเป็นเรื่องจริง
ในใจทั้งตกใจทั้งยินดี หรือว่าเธอได้กลับมาเกิดใหม่?
สวรรค์เห็นว่าชีวิตชาติก่อนของเธอทุกข์ทรมานเกินไป จึงมอบโอกาสให้เริ่มต้นใหม่อีกครั้งหรือ?
ความยินดีแล่นพลุ่งพล่านจนขาอ่อน เธอยืนไม่อยู่ ถอยหลังไปหลายก้าวติด ๆ กัน
ตุบ!
เธอทรุดฮวบลงบนเก้าอี้ไม้
“เมิ่งหว่านฉิง!”
เมื่อลู่เฉินอวี่เห็นเธอเหม่อลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เพลิงโทสะในใจก็ปะทุขึ้นทันที
เขาก้าวเข้ามาสองก้าว คว้าต้นแขนเธอแล้วกระชากให้ลุกขึ้นจากเก้าอี้
เขาจ้องเธอเขม็งพลางตะคอก
“ฉันกำลังพูดเรื่องสำคัญกับเธออยู่นะ! งานในฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโรงงานสุราน่ะ พี่สะใภ้ต้องการมันมากกว่าเธอ เธอต้องยกให้พี่สะใภ้ นี่ไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาปรึกษากัน
“อีกไม่นานเราก็จะแต่งงานกันแล้ว หลังแต่งงาน เธอก็ดูแลบ้านให้ดี ฉันเลี้ยงเธอเอง ชีวิตไม่ลำบากหรอก
“ยกงานนี้ให้พี่สะใภ้ก่อน ให้หล่อนไปรายงานตัว เธอต้องฟังฉัน
“อย่าทำตัวไม่รู้จักโต!”
พี่สะใภ้? งานในฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโรงงานสุรา
พอได้ยินเช่นนั้น
เมิ่งหว่านฉิงก็กดเล็บจิกลงกลางฝ่ามืออย่างแรง เงยหน้าขึ้นจ้องลู่เฉินอวี่เขม็ง
เจ็บ
ความเจ็บปวดที่เสียดแทงถึงหัวใจไม่ใช่ที่มือ แต่เป็นหัวใจของเธอ
ตอนนี้เธอมั่นใจแล้วว่าไม่ได้ฝันไป
เธอคงได้ย้อนกลับมาเกิดใหม่จริง ๆ ย้อนกลับมาในวันที่ลู่เฉินอวี่กำลังบังคับให้เธอยกงานที่ได้มาให้หลินเนี่ยนฉือ พี่สะใภ้ของเขา
เรื่องนี้คือจุดเริ่มต้นของความทุกข์ยากทั้งหมด
ชาติก่อนก็วันนี้เอง หนึ่งสัปดาห์ก่อนที่ทั้งคู่จะแต่งงานกัน
ลู่เฉินอวี่พาหลินเนี่ยนฉือพี่สะใภ้ของเขามาหาเธอ ขอให้เธอสละตำแหน่งงานในฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโรงงานสุราที่เพิ่งสอบได้ให้คนอื่น
ตอนนั้นเธอโง่เขลา แม้ในใจจะน้อยเนื้อต่ำใจและไม่เต็มใจที่งานซึ่งอุตส่าห์สอบได้มาจะตกเป็นของคนอื่น
แต่ก็ทนการเกลี้ยกล่อมไม่เลิกราของลู่เฉินอวี่ไม่ไหว
ยิ่งไปกว่านั้น หลินเนี่ยนฉือยังเกาะแขนเธอร้องไห้ บอกว่าถ้าไม่มีงานหาเงิน เธอกับลูกคงอดตายเข้าสักวัน
หล่อนอ้อนวอนให้เธอยกงานให้
เธอใจอ่อนชั่ววูบ เชื่อคำพูดของลู่เฉินอวี่ อีกทั้งยังคิดว่าพี่สะใภ้เพิ่งกลายเป็นแม่ม่าย ชีวิตคงลำบากไม่น้อย จึงยอมตกลง
แล้วหลังจากนั้นล่ะ?
หลังจากนั้นชีวิตทั้งชีวิตของเธอก็พังพินาศเพราะคำว่า “ยกให้” นั่นเอง
หลินเนี่ยนฉือใช้โควตาของเธอเข้าทำงานในฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโรงงานสุรา ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งปีก็กลายเป็นคนดังของโรงงาน ยอดขายพุ่งฉิว
จนมีชื่อเสียงไปทั่วเมืองชิ่งหลิน
อีกสองปีต่อมา หล่อนก็สานสัมพันธ์กับหลี่เจี้ยนหลิน รองผู้อำนวยการโรงงาน หลังแต่งงานครั้งที่สอง ชีวิตก็สุขสบายเปี่ยมสุข
แล้วเธอล่ะ? หลังแต่งงานกับลู่เฉินอวี่ เธอก็ไม่มีงานทำ
ทำได้เพียงอยู่บ้านปรนนิบัติพ่อแม่สามี ซักผ้า ทำกับข้าว ใช้ชีวิตครึ่งค่อนชีวิตอย่างคนรับใช้ที่ไม่ต้องจ่ายเงิน
ลูกชายหนึ่งคนลูกสาวหนึ่งคนที่เธอทะนุถนอมเลี้ยงดูมาอย่างดี จนถึงวันตายเธอถึงได้ยินลู่เฉินอวี่ยอมรับกับปากว่าเด็กทั้งสองเป็นลูกที่เขากับหลินเนี่ยนฉือมีด้วยกัน
ส่วนลูกแท้ ๆ ที่เธออุ้มท้องมาสิบเดือน ผ่านความยากลำบากสารพัด หลังคลอดก็ถูกอุ้มไปยกให้คนอื่นทันที จนกระทั่งตาย เธอก็ไม่เคยเห็นหน้าลูกแม้แต่ครั้งเดียว
ไม่ใช่แค่ลูกของเธอที่ถูกสลับ
บ้านเก่าหลังนี้ที่ย่าทิ้งไว้ให้เธอ ก็ถูกลู่เฉินอวี่โอนกรรมสิทธิ์ให้หลินเนี่ยนฉือ
ส่วนพ่อของเธอ ตอนถูกส่งไปใช้แรงงานในชนบทก็ได้รับบาดเจ็บ พอกลับมาได้รับการคืนความเป็นธรรมก็เป็นมะเร็งแล้ว วันผ่าตัด หลินเนี่ยนฉือยัดเงินจ้างคนให้สลับตัวศัลยแพทย์หลักเป็นหมอที่เพิ่งเข้าทำงานได้ไม่กี่วัน
ระหว่างผ่าตัดเลือดออกมาก จนพ่อของเธอไม่ได้ออกจากห้องผ่าตัด
แม่ของเธอเสียใจอย่างหนัก หลังจัดงานศพเสร็จไม่ถึงสองเดือนก็จากไปตามกัน
ส่วนเมิ่งหว่านฉิง กว่าจะรู้ความจริงทั้งหมดก็เป็นตอนใกล้ตาย
เธอยังจำได้จนถึงตอนนี้ว่า ขณะที่ตัวเองกำลังจะสิ้นใจ
หลินเนี่ยนฉือก้มลงกระซิบข้างหูเธอ หัวเราะอย่างได้ใจพลางบอกว่า
“เฉินอวี่พูดจริง ลูกชายลูกสาวสุดที่รักของเธอเป็นลูกแท้ ๆ ของฉันทั้งนั้น เป็นยังไงบ้าง เลี้ยงลูกคนอื่นมาตั้งสามสิบปี รสชาติเป็นยังไง? ฮ่า ๆ ๆ!”
ท่าทางได้ใจ โอหัง และบิดเบี้ยวของหล่อน ทำให้ความแค้นจุกอกจนเมิ่งหว่านฉิงขาดใจตาย
“เมิ่งหว่านฉิง! ได้ยินที่ฉันพูดหรือเปล่า?” ลู่เฉินอวี่เห็นเธอเอาแต่นิ่งเงียบ
เขาโมโหจนผลักไหล่เธอ
เธอถอยหลังไปสองก้าว ขาถูกเก้าอี้ด้านหลังขัดไว้ จึงเซเล็กน้อยก่อนจะทรงตัวได้
เมิ่งหว่านฉิงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ความแค้นในดวงตาแทบจะทะลักออกมา
เธอจ้องใบหน้าอ่อนเยาว์ตรงหน้าไม่วางตา
ครั้งหนึ่งเธอเคยหวั่นไหวเพราะเขา เต็มใจซักผ้า ทำกับข้าว มีลูก ปรนนิบัติพ่อแม่สามี และอุทิศชีวิตครึ่งค่อนชีวิตให้เขาอย่างไร้ข้อแม้
เธอเคยโง่งมคิดว่า ขอเพียงเป็นภรรยาที่ดี จริงใจกับเขา อดทนยอมให้เขาทุกเรื่อง สักวันลู่เฉินอวี่จะเห็นเธอสำคัญอยู่ในใจ
แต่สุดท้าย...
เขาหลอกเธอมาตลอดชีวิต
ปล่อยให้หลินเนี่ยนฉือขโมยลูก แย่งงาน และบีบให้พ่อแม่ของเธอต้องตาย
เขาเห็นทุกอย่างและรู้ทุกเรื่อง แต่กลับทำเป็นมองไม่เห็น ทำเป็นไม่รู้
เพราะในใจเขามีเพียงหลินเนี่ยนฉือมาตั้งแต่ต้นจนจบ ส่วนเธอ สำหรับเขาแล้วก็เป็นแค่คนรับใช้ในบ้านที่ไม่ต้องเสียเงินจ้าง จะให้ทำอะไรก็ยอมทุ่มเทให้ทุกอย่าง
ความแค้นผุดขึ้นจากซอกกระดูก แผดเผาจนร่างเธอสั่นเทิ้มไปหมด
“ตอนนี้โรงงานสุราเพิ่งเริ่มงานพอดี เราไปเซ็นเอกสารโอนงานกันเดี๋ยวนี้เลย กลับมาแล้วฉันจะซื้อไก่ให้เธอตุ๋นกิน”
ลู่เฉินอวี่ไม่ทันสังเกตความผิดปกติของเธอ เขาพยายามระงับอารมณ์ร้อนรน ก่อนจะยื่นมือเข้ามาหมายจะดึงเธออีกครั้ง
เพียะ!
เมิ่งหว่านฉิงเหวี่ยงแขนสุดแรง ฟาดฝ่ามือลงบนหน้าเขาอย่างจัง เธอใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ปลดปล่อยความแค้นจากชาติก่อนออกไปโดยไม่ออมมือแม้แต่น้อย
ลู่เฉินอวี่ไม่ทันระวังเลยว่าเธอจะลงมือกะทันหัน
เขาถูกตบจนตัวเซไปทางซ้าย ใบหน้าซีกหนึ่งบวมแดงขึ้นทันที เลือดซึมออกจากมุมปาก
เขาถูกตบจนมึนงง ยกมือกุมแก้มแล้วชี้หน้าเธอ พูดอะไรไม่ออก
“เฉินอวี่! เฉินอวี่! เป็นอะไรหรือเปล่า?”
