สิ้นเสียงนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายก็เข้ามาคุมตัวเมิ่งจ้งอันทันที
ตามระเบียบแล้ว ผู้ใดแจ้งความเท็จจะต้องถูกพาตัวกลับไปควบคุมไว้ที่สถานี
เมิ่งจ้งอันพลันลนลาน ดิ้นขัดขืนสุดแรงพลางตะโกนเสียงดัง
“สหายตำรวจ! ผมขอแจ้งความ! สองคนนั้นแอบมีสัมพันธ์ชู้สาวกัน!”
เวินซูหว่านยังไม่ทันได้พูด เผยเจาหลานที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็พุ่งเข้ามาก่อน เอ่ยโต้แย้งอย่างหนักแน่น
“แอบมีสัมพันธ์อะไรกัน?”
“พี่สี่ของฉันกับสหายเวินหมั้นหมายกันไว้นานแล้ว อีกไม่นานก็จะแต่งงานกัน ถูกต้องชอบธรรม จะให้คุณมาปรักปรำได้อย่างไร!”
เจ้าหน้าที่ตำรวจคร้านจะใส่ใจเสียงโวยวายไร้เหตุผลของเมิ่งจ้งอันอีก จึงคุมตัวเขาหันหลังเดินไปยังสหกรณ์ตำบล
กลางลานตากข้าวเหลือเพียงเวินเหม่ยเซวียนที่สิ้นเรี่ยวแรง สีหน้าซีดเผือด สายตาจับจ้องเวินซูหว่านเขม็ง
เวินซูหว่านฝืนพยุงร่างก้าวเข้าไปช้า ๆ มุมปากประดับรอยยิ้มเย็นชา ทุกถ้อยคำชัดถ้อยชัดคำจนเข้าหูอีกฝ่าย
“รอให้ดี รอฉันฟื้นฟูร่างกายจนแข็งแรงก่อน ต่อจากนี้ชีวิตพวกเธอจะเป็นนรก”
ร่างของเวินเหม่ยเซวียนสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่ หัวใจเย็นเยียบไปหมด
เวินซูหว่านรู้กระทั่งเรื่องที่พวกเขาวางยา แผนการที่ตระกูลเมิ่งกับพวกเธอร่วมมือกันวางมาหลายปีถูกเปิดโปงจนหมดสิ้น
เธอต้องรีบส่งข่าวกลับบ้าน บอกพ่อกับแม่ให้รู้ว่าเวินซูหว่านล่วงรู้แผนการของพวกเขาแล้ว
ชาวบ้านที่มุงดูอยู่ได้เรื่องชวนตะลึงไปพูดกันจนเต็มอิ่ม เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นไม่ขาดสาย
เผยโส่วซานเห็นดังนั้นจึงเอ่ยไล่ฝูงชน
“มามุงอะไรกันอยู่ตรงนี้? ไม่ต้องไปทำงานเก็บแต้ม ไม่ต้องกินข้าวกันแล้วหรือไง?”
ทุกคนจึงยอมแยกย้ายกันไปอย่างไม่เต็มใจ เดินมุ่งหน้าไปยังไร่นา ระหว่างทางยังพูดถึงเรื่องวุ่นวายในวันนี้ไม่หยุด
