คนในห้องพักผู้ป่วยต่างไม่รู้ว่าเวินซูหว่านสั่งอะไรเจิ้งเฉิงจวิน แต่ทุกคนก็ทำตามที่เธอขอและอยู่ในห้อง ไม่มีใครออกไปข้างนอก
ทั้งสามคนเพียงมองเวินซูหว่านที่นั่งอยู่บนเตียงผู้ป่วย
เวินซูหว่านราวกับไม่รู้สึกถึงสายตาสำรวจของพวกเขา เธอไม่ได้เอ่ยปากอธิบายก่อน
ถังเหรินหลี่มองเธอ ก่อนจะยิ้มแล้วก้าวเข้ามาเอ่ยเสียงเบา
“สหายเวิน ผมไม่รู้ว่าคุณกับผู้พันฝ่ายเสนาธิการเมิ่งมีความแค้นอะไรกันแน่ เล่าให้พวกเราฟังได้ไหมครับ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เวินซูหว่านก็ยิ้มอยู่ในใจ
ในเมื่อพวกเขาอยากรู้กันนัก เธอก็จะเล่าให้ฟัง อย่างไรเสียต่อไปพวกเขาก็คงสืบรู้เองอยู่ดี
เธอยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ เงยหน้ามองถังเหรินหลี่ น้ำเสียงเรียบเฉย
“เมิ่งเหวยเฉิงหมายตาเงินของฉันค่ะ”
ทันทีที่พูดจบ แววฉงนก็วาบผ่านดวงตาของจางกั๋วจวิน ถังเหรินหลี่ และหวังเจี้ยนจวินพร้อมกัน
เธอเป็นเพียงหญิงสาวอายุ 18 ปี ไม่มีงานประจำ แถมยังลงชนบทไปเป็นเยาวชนมีการศึกษา จะมีเงินอะไรได้?
ทำไมถึงทำให้ผู้พันฝ่ายเสนาธิการคนหนึ่งหมายตาได้?
โม่เว่ยกั๋วกับเซี่ยเสวี่ยปิงซึ่งยืนอยู่ตรงประตูและริมหน้าต่างต่างเลิกคิ้วขึ้นพร้อมกันเมื่อได้ยิน
ตั้งแต่เผยเจาหวายเริ่มสนใจเวินซูหว่าน พวกเขาก็แอบสืบประวัติของเธอมาแล้ว จึงพอรู้เรื่องอยู่บ้าง แต่ทั้งคู่ต่างปิดปากเงียบ และอยากฟังว่าเธอจะเล่าอย่างไร พวกเขาเองก็อยากรู้ว่าเธอมีเงินอยู่ในมือเท่าไรกันแน่
เผยเจาหวายได้ฟังแล้วก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
เขานึกถึงวันแต่งงานของพวกเขา ตอนนั้นภรรยาของเขาบอกว่าเธอจนจนเหลือแค่เงิน
ดูท่าคำพูดนั้นจะไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ภรรยาของเขารวยจริง ๆ
เขาคิดอยู่ในใจว่า ต่อไปคงต้องขยันให้มากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นบางทีเขาอาจต้องให้ภรรยาเลี้ยงเสียแล้ว
