เวินซูหว่านมองสีหน้าของเขา ก็รู้ดีว่าเวินเจี้ยนหย่วนหมดความอดทนไปไม่น้อยแล้ว
เธอเองก็คร้านจะอ้อมค้อมเล่นเกมกับพวกเขาต่อ จึงพูดตรง ๆ
“เอาอย่างนี้ ฉันไม่เรียกมากหรอก ขอแค่ดอกเบี้ยหนึ่งปี คุณให้ฉันสองหมื่นหยวน แล้วฉันจะโอนดอกเบี้ยของโรงงานให้คุณ”
“สินเดิมที่แม่ทิ้งไว้ให้ฉัน พวกคุณอยากเก็บไว้ก็เก็บไป ถ้าไม่อยากคืนให้ฉันก็ช่างเถอะ”
เวินเจี้ยนหย่วนไม่เคยคิดเลยว่าเธอจะเอ่ยปากเรียกเงินถึงสองหมื่นหยวน
เขาจ้องเวินซูหว่านเขม็ง นิ่งคิดอยู่นาน ก่อนจะถอนหายใจยาว
“ตกลง แล้วเราจะไปโอนกรรมสิทธิ์กันเมื่อไร?”
เวินซูหว่านทำท่าราวกับว่าไม่เห็นเงินก็ไม่พูดอะไรทั้งนั้น
“คุณให้เงินฉันเมื่อไร เราก็ไปทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์เมื่อนั้น”
“ได้”
เวินเจี้ยนหย่วนพยักหน้า แล้วหันไปสั่งเจิ้งซิ่วม่าน
“ซิ่วม่าน ไปถอนเงินมาให้ซูหว่าน”
เจิ้งซิ่วม่านมีสีหน้าไม่อยากเชื่อ เขารู้ได้อย่างไรว่าเธอมีเงินสองหมื่นหยวน สีหน้าดูไม่เต็มใจเอาเสียเลย
เวินเจี้ยนหย่วนถลึงตามอง เธอถึงได้อิดออดไปหยิบใบฝากเงิน
หัวใจเจิ้งซิ่วม่านบีบรัด เงินสองหมื่นหยวนนี้เป็นเงินเก็บที่เธออุตส่าห์สะสมมาด้วยความลำบาก เวินเจี้ยนหย่วนรู้เรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน
เธอไม่เต็มใจจะเอาออกมาอยู่แล้ว แต่พอนึกถึงดอกเบี้ยปีละสองหมื่นหยวนในอนาคต แม้จะโอนกรรมสิทธิ์ไว้ในชื่อเวินเจี้ยนหย่วน แต่เขามีลูกชายเพียงคนเดียวคือกั๋วเฉียง ดอกเบี้ยนั้นย่อมตกถึงมือลูกชายของเธอในภายหลัง
เธอกัดฟัน ก่อนจะจำใจตอบตกลง
จากนั้นก็เดินเข้าครัว แล้วค้นเจอใบฝากเงินใบหนึ่งจากมุมลับตาที่ไหนสักแห่ง
เวินซูหว่านเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย คิดไม่ถึงว่าเจิ้งซิ่วม่านจะซ่อนสมุดบัญชีเงินฝากไว้ในครัว
