หลันม่านเยว่กับเด็กสาวอีกห้าคนถูกแม่เฒ่าฮวาพามาหยุดอยู่หน้าห้องส่วนตัวห้องหนึ่ง
ท่าทีของแม่เฒ่าฮวาแตกต่างจากยามที่เพิ่งดุด่าพวกนางโดยสิ้นเชิง นางก้มศีรษะประจบประแจงคนในห้องด้วยท่าทีนอบน้อม
“ใต้เท้ามาเยือนหอฮวาม่าน นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับข้าน้อย ข้าน้อยคัดเลือกคนมาคอยปรนนิบัติใต้เท้า หวังว่าใต้เท้าจะไม่รังเกียจเจ้าค่ะ”
คนด้านในมิได้ตอบ
ครู่ต่อมา ประตูก็เปิดออก ชายสองคนหามศพหญิงสาวร่างหนึ่งออกมา เสื้อผ้าขาดวิ่นจนแทบปกปิดร่างกายไม่ได้ ทั่วกายเต็มไปด้วยบาดแผล
เมื่อเห็นภาพนี้ ฟันของหลันม่านเยว่สั่นกระทบกัน ท้องไส้ปั่นป่วน น้ำตาเอ่อคลอในดวงตา นางฝืนกลั้นไว้ไม่ให้สะอื้นออกมา
ร่างของหญิงสาวยังมีเลือดไหล เห็นได้ชัดว่าถูกทรมานจนสิ้นใจ
ทว่าแม่เฒ่าฮวากลับทำราวกับมองไม่เห็น รอยยิ้มประจบประแจงยังคงประดับอยู่บนใบหน้า
เมื่อเสียง “อืม” แผ่วเบาดังมาจากด้านใน แม่เฒ่าฮวาก็คล้ายยกภูเขาออกจากอก หันกลับมากำชับหลันม่านเยว่ทั้งหกคนอีกครั้ง
“พวกเจ้าอยู่ให้เรียบร้อย หากปรนนิบัติผู้สูงศักดิ์ได้ดี ต่อไปย่อมมีอาหารดี ๆ ให้กิน มีเสื้อผ้าดี ๆ ให้สวม แต่หากทำตัวเหมือนของไร้ประโยชน์คนเมื่อครู่ ข้าจะทำให้พวกเจ้าอยากตายก็ตายไม่ได้!”
แม่เฒ่าฮวาจ้องหลันม่านเยว่เป็นพิเศษ
หลันม่านเยว่ก้มหน้า ไม่กล้าสบตานาง แต่ก็รู้ว่าเวลานี้จำต้องคล้อยตามคำพูดของแม่เฒ่าฮวา จะได้ไม่ถูกพาตัวไปโยนไว้ในห้องมืดนั่น หากเป็นเช่นนั้น นางยิ่งไม่มีโอกาสหนีออกไปตามหาคุณชายชุดขาวผู้ดูใจดี เพื่อขอความช่วยเหลือ
นางพยักหน้ารัวราวกับไก่จิกข้าว แสดงว่าตนเข้าใจแล้ว
ทันทีที่ก้าวเข้าไปด้านใน หลันม่านเยว่ได้กลิ่นกำยานในห้อง แล้วก็รู้สึกถึงกระแสความร้อนที่ผุดขึ้นจากส่วนลึกของร่างกาย ไหลซ่านไปทั่วแขนขา ความรู้สึกคันยุบยิบแผ่ซ่านลึกถึงกระดูก สติของนางเริ่มพร่าเลือนเป็นระลอก
หลันม่านเยว่นึกถึงยาลูกกลอนที่พวกแม่นมบังคับให้พวกนางกินตอนชำระล้างร่างกายขึ้นมาทันที ก่อนหน้านี้นางยังคิดว่าเป็นยาพิษที่ใช้ป้องกันไม่ให้พวกนางขัดขืน
บัดนี้ดูแล้ว กลับคล้ายยาปลุกกำหนัด เมื่อผสมกับกำยานในห้องนี้ ฤทธิ์ยาก็จะถูกกระตุ้น
ไม่ได้!
ก่อนหน้านี้นางคิดว่าแม้ความบริสุทธิ์จะถูกพรากไปก็ช่างเถิด แต่เวลานี้ดูท่าแล้ว ผู้สูงศักดิ์ที่ว่านั่นเป็นคนคลั่งสังหารโดยแท้ ศพหญิงสาวเมื่อครู่ก็คือหลักฐาน
สติของนางพร่าเลือนลงเรื่อย ๆ ความร้อนรุ่มก็โถมขึ้นมาไม่หยุด
หลันม่านเยว่นึกถึงคุณชายชุดขาวที่เคยสบตากันเพียงชั่วครู่ขึ้นมาอีกครั้ง
นางจะหาโอกาสออกไปขอความช่วยเหลือได้อย่างไร
ด้านนอกมีคนเฝ้าอยู่ ทั้งร่างยังถูกฤทธิ์ยาควบคุม เพียงต้านทานฤทธิ์ยาได้ก็ยากลำบากแล้ว ไหนเลยจะยังมีเรี่ยวแรงหนี
ขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นในห้อง
ทั้งหกคนฝืนทนฤทธิ์ยาแล้วมองไป เห็นชายร่างอ้วน หน้าตาอัปลักษณ์ ฟันเหลืองอร่ามคนหนึ่ง พอเห็นพวกนางทั้งหกก็เผยรอยยิ้มหื่นกระหาย ชวนให้คลื่นเหียน
“แม่เฒ่าฮวายังรู้จักกาลเทศะอยู่บ้าง พวกเจ้าทั้งหกปรนนิบัติข้าให้ดี วันหน้าใต้เท้าอย่างข้า...” ชายผู้นั้นชะงักเสียง ดวงตาจับจ้องไปยังทิศทางหนึ่ง พลันเบิกกว้าง ก่อนจะก้าวฉับ ๆ เข้ามา
หลันม่านเยว่เห็นว่าเขาพุ่งมาทางตน จึงหลบไปตามสัญชาตญาณ ทว่าร่างกายไร้เรี่ยวแรง ทำได้เพียงล้มลงกับพื้นอย่างน่าเวทนา
อาภรณ์โปร่งบางที่นางสวมอยู่ปกปิดเรือนร่างได้ไม่มิด นางสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว กลับยิ่งทำให้ชายผู้นั้นน้ำลายสอ
“นึกไม่ถึงว่าหอฮวาม่านจะมีหญิงงามเช่นนี้ด้วย” ชายคนนั้นถูมือพลางยิ้มเจ้าเล่ห์ เดินเข้าใกล้หลันม่านเยว่ “คนงาม ติดตามข้ามาเถิด ข้าจะทะนุถนอมเจ้าอย่างดี งามเหลือเกิน มาให้ข้าเอ็นดูสักหน่อย”
กล่าวจบ ร่างอ้วนใหญ่ก็โถมเข้าใส่
ฤทธิ์ยาในกายหลันม่านเยว่กำเริบ นางขัดขืนไม่ไหว จึงถูกเขาทับไว้โดยง่าย
กลิ่นเหม็นฉุนจากร่างชายผู้นั้นตีเข้าจมูก มือสกปรกมันเยิ้มกำลังดึงทึ้งอาภรณ์โปร่งบางที่แทบปกปิดร่างกายของนางไม่ได้อยู่แล้ว
“ปล่อยข้า ปล่อยข้า! ฮือ ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ พี่รอง เยว่เยว่กลัวเหลือเกิน...”
แม้นางจะรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดเพื่อต่อต้าน ก็ยังหยุดมือที่ดึงทึ้งของชายผู้นั้นไม่ได้
“แควก” อาภรณ์โปร่งบางฉีกขาดตามแรงกระชาก
ชายผู้นั้นโถมเข้าหานางอย่างอดใจไม่ไหว หลันม่านเยว่หลับตาลงด้วยความสิ้นหวัง
หยาดน้ำตารินไหลอย่างเงียบงัน
มีผู้ใดช่วยนางได้หรือไม่ มีผู้ใดช่วยนางได้บ้าง ใครก็ได้ มาช่วยนางที!
บางทีคำอธิษฐานอาจสัมฤทธิผลจริง ๆ
ปัง!
ประตูเปิดผางออก
ร่างอ้วนเหม็นฉุนที่ทับอยู่บนตัวนางถูกคนเตะกระเด็น หลันม่านเยว่รีบกอดตัวเองแน่นตามสัญชาตญาณ พยายามไขว่คว้าความรู้สึกปลอดภัย
ภาพตรงหน้าเลือนรางขึ้นทุกขณะ ฤทธิ์ยารุนแรงยิ่งกว่าเดิม แม้แต่สิ่งรอบกายก็ดูราวกับแปรเปลี่ยนเป็นรูปร่างประหลาด ทำให้นางเวียนหัว
ถึงกระนั้น นางก็ยังเห็นชายอาภรณ์ขาวบริสุทธิ์ผืนหนึ่ง จึงเงยหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณ
นางจ้องมองอย่างเหม่อลอย คล้ายจะเป็นคุณชายชุดขาวคนนั้น คุณชายผู้ใจดีที่นางตั้งใจจะขอความช่วยเหลือ
“เป็น...เป็นท่าน...”
ที่แท้เขาสูงเพียงนี้เชียวหรือ นางต้องพยายามอย่างยิ่งจึงจะมองเขาได้ถนัด
ชายหนุ่มย่อตัวลง อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ทาบซ้อนกับผ้าโปร่งบางบนร่างนาง
ไอเย็นเยียบจากกายเขาทำให้หลันม่านเยว่ซึ่งกำลังฝืนต้านฤทธิ์ยาอยู่ยิ่งสับสนเคลิบเคลิ้ม ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นใสดุจหยก ประหนึ่งเสียงน้ำพุไหลรินในหุบเขา “แม่นาง ท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”
ร่างสูงใหญ่บดบังทัศนวิสัยทั้งหมด จากด้านหลังมองเห็นเพียงชายผ้าโปร่งบางของหญิงสาวที่พาดอยู่บนอาภรณ์ขาว
เมื่อได้รับความช่วยเหลือ หลันม่านเยว่ก็เผลอพึ่งพิงเขาตามสัญชาตญาณ บางทีอาจเพราะช่วงเวลาที่ผ่านมานางพบเจอเรื่องมากมาย หรือบางทีคุณชายผู้นี้อ่อนโยนเกินไป ยามไม่มีใครปลอบโยน นางยังฝืนอดกลั้นและเตือนตนให้เข้มแข็งได้ ทว่าพอมีคนปลอบโยนขึ้นมา กลับรู้สึกว่าความคับข้องในใจได้ระบายออกมาเสียที
นางอดสะอื้นไม่ไหว “ฮือ ข้าเป็นอะไรสิ มีเรื่องใหญ่เลย เมื่อครู่ชายคนนั้นฉีกเสื้อผ้าข้า ข้ากลัวเหลือเกิน แม่เฒ่าฮวาก็ดุด่าข้า แล้วยังมีแม่นมคนนั้นขัดถูข้าราวกับขัดหมูเตรียมเชือด ข้าไม่ได้สกปรกเสียหน่อย ข้ารักความสะอาดจะตาย...”
นางพึมพำออกมามากมาย คล้ายต้องการระบายความคับข้องใจทั้งหมดที่ประสบมาตลอดหลายวัน
“อา ช่างน่าอัดอั้นยิ่งนัก” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกียจคร้าน
หลันม่านเยว่พยักหน้าเต็มแรง ความร้อนระลอกใหม่พลันพวยพุ่งขึ้นมา ร่างกายของนางคล้ายจะหลอมละลาย
“ฮือ ทรมานเหลือเกิน ช่วยข้าด้วย ข้ากำลังจะละลายแล้ว ฮือ ทรมานจริง ๆ”
หลันม่านเยว่ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร จึงวิงวอนขอความช่วยเหลือจากคุณชายที่นางเชื่อมาตั้งแต่แรกว่าเป็นคนดี และเขาก็ช่วยนางไว้จริง ๆ
หางตาและแก้มของหญิงสาวแดงระเรื่อ แต่งแต้มเสน่ห์เย้ายวน ดวงตาจิ้งจอกคู่นั้นเปี่ยมไปด้วยแวววิงวอน ใบหน้างามล่มเมือง งามละมุนราวหยก
ผ้าโปร่งบางที่ขาดวิ่นปกปิดร่างกายเบื้องหน้าได้ไม่มิด ความขาวนวลเผยให้เห็นวับแวมเมื่อขยับกาย ชวนให้ใจหวั่นไหว
แววตาของเซี่ยอี้มืดครึ้ม คลื่นปรารถนาพลุ่งพล่านอยู่ภายใน ส่วนล่างของร่างกายเขาตอบสนองไปนานแล้ว
ทว่าบนใบหน้ายังคงสงบนิ่ง ประหนึ่งหมาป่าตัวใหญ่กำลังล่อกระต่ายน้อย เขาเอ่ยอย่างอดทน น้ำเสียงชวนให้เคลิบเคลิ้ม “แล้วควรทำอย่างไรดี แม่นางอยากให้ข้าช่วยอย่างไร?”
หลันม่านเยว่ไม่รู้ ฤทธิ์ยาทวีความรุนแรงขึ้น นางควบคุมตนเองไม่ได้และเริ่มดึงทึ้งอาภรณ์
นางหารู้ไม่ว่า ทิวทัศน์เบื้องหน้าทำให้ลูกกระเดือกของชายหนุ่มขยับกลืนลงคอหลายครั้ง แววปรารถนาลึกล้ำในดวงตายิ่งชัดเจน
นางกอดชายหนุ่มตรงหน้าโดยไม่รู้ตัว เมื่อสัมผัสได้ว่าร่างกายเขาเย็นเฉียบ ก็ครางออกมาอย่างสบายตัว
แต่ยังไม่พอ ไม่พอ ยังไม่พอ...
หลันม่านเยว่ร้อนใจจนร้องไห้
“ฮือ คุณชาย ช่วยข้าด้วย ช่วยข้าที ข้ากำลังจะตายแล้ว...”
ร่างอ่อนนุ่มในอ้อมแขนยั่วยวนใจไม่หยุด เซี่ยอี้เองก็เป็นบุรุษปกติ เพียงแต่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีหญิงใดปลุกความปรารถนาของเขาขึ้นมาได้ ทว่าบัดนี้กลับมีหญิงสาวผู้หนึ่งที่ทุกสิ่งล้วนต้องใจเขา
เขาไม่เคยอดกลั้นมาแต่ไหนแต่ไร เมื่อปรารถนาสิ่งใดก็ต้องได้มา ไม่เคยพลาด
ครานี้ก็เช่นกัน
ชายหนุ่มโอบหญิงสาวเข้าหา กอดร่างอ่อนนุ่มหอมกรุ่นไว้แนบอก ประหนึ่งเสียงกระซิบของปีศาจ “ข้ามีวิธีช่วยเจ้า ทำให้เจ้ารู้สึกสบายขึ้น เจ้าเอาหรือไม่?”
หลันม่านเยว่ได้ยินเพียงว่าเขาช่วยนางได้ จึงพยักหน้าไม่หยุด พยายามตอบกลับ “เอา ข้าเอา ช่วยข้าด้วย คุณชายช่วยข้าที”
ชายหนุ่มหัวเราะแผ่วเบาอย่างพึงพอใจ มือใหญ่ตบเบา ๆ ลงบนสะโพกงอนงามของหญิงสาวในอ้อมแขน เสียง “เพียะ” ดังแผ่วชวนให้ใจเต้น น้ำเสียงทุ้มแหบเจือรอยยิ้ม “อย่าเพิ่งร้อนใจ ทุกอย่างเป็นของเจ้า”
นับตั้งแต่เซี่ยอี้เดินไปข้างกายหลันม่านเยว่ คนในห้องต่างรู้กาลเทศะ พากันออกไปจนหมด ทั้งยังปิดประตูให้ด้วย
